ปักกิ่ง: มุมไหนก็หนีมลภาวะไม่พ้น

คนถ่ายรูปบนตึกสูง Image copyright Getty Images

เมืองหลวงของจีนขึ้นชื่อเรื่องมลภาวะ คนอยู่อาศัยในเมืองนี้ แม้จะอยู่ในพื้นที่ปิดขนาดไหน ก็ยังยากที่จะหาอากาศบริสุทธิ์หายใจ จอห์น ซัทเวิร์ธ ผู้สื่อข่าวบีบีซีที่นั่น รู้ซึ้งดี

ผู้สื่อข่าวบีบีซีบอกว่าคนที่อาศัยในกรุงปักกิ่งทำทุกทางที่จะป้องกันไม่ให้อากาศพิษเล็ดรอดเข้ามาในบ้าน โดยนอกจากจะต้องใช้เทปกาวปิดช่องตามขอบหน้าต่างแล้ว แม้แต่ช่องแอร์ก็ยังต้องปิดด้วย บ้านที่มีกระจกหน้าต่างสองชั้นก็ยังเอาไม่อยู่ เนื่องจากอนุภาคที่เล็กกว่า 2.5 ไมครอน ที่รู้จักกันในชื่อของค่า PM2.5 สามารถแทรกผ่านช่องเล็กๆ ระหว่างบานหน้าต่างได้

แต่เทปกาวซึ่งเป็นทางออกเดียวตอนนี้ ก็ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันดูไม่ต่างจากในภาพยนตร์โฆษณาของรัฐบาลในช่วงปี 1970 (พ.ศ.2513) ที่สอนวิธีเอาตัวรอดในกรณีที่เกิดการโจมตีด้วยระเบิดนิวเคลียร์ เพียงแต่นี่เป็นการเอาตัวรอดจากผลร้ายที่มากับเชื้อเพลิงฟอสซิล

อุปกรณ์ป้องกันอีกอย่างที่เป็นประโยชน์ของชาวกรุงปักกิ่งก็คือเครื่องตรวจวัดค่า PM2.5 โดยหลังจากผู้สื่อข่าวบีบีซีติดตั้งเครื่องที่ว่านี้ไว้ที่บ้านทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ปรากฏว่าเขายิ่งบ้าติดเทปกาวและแผ่นติดกันลมตามประตูและหน้าต่าง

Image copyright Getty Images

จอห์น ซัทเวิร์ธ เล่าว่าตอนย้ายไปอยู่จีนใหม่ๆ เมื่อ 5 ปีก่อน ยังไม่วิธีการตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในที่พักอาศัย ตอนนั้นทุกคนก็ใช้วิธีหลับหูหลับตาไว้ใจเครื่องฟอกอากาศ แต่ตอนนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าเครื่องฟอกอากาศก็ยังสู้มลภาวะไม่ไหว โดยในวันที่มีหมอกควันมลพิษรุนแรง ก็ยากที่จะรักษาคุณภาพอากาศให้ค่า PM2.5 ต่ำกว่า 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามมาตรฐานความปลอดภัยขององค์การอนามัยโลก ทั้งที่เขาติดเครื่องฟอกอากาศหลายตัว และเปิดใช้พร้อมกันเต็มกำลัง

ปัญหามลภาวะทางอากาศของจีนในปัจจุบันเลวร้ายมาก หากจะวัดผลเสียเป็นตัวเลขผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรก็อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านคนต่อปี แถมยังทำให้อายุขัยเฉลี่ยของคนที่อาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักลดลงไปประมาณ 5 ปี

ในช่วงหลายสัปดาห์มานี้ เป็นช่วงที่มีมลภาวะสะสมสูงติดต่อกันนาน คุณภาพอากาศในกรุงปักกิ่งโดยเฉลี่ยมีค่า PM2.5 สูงเกินกว่า 200 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งนับว่าสูงกว่ากำหนดหลายเท่าตัว และในช่วงที่หมอกควันหนาที่สุด คนที่นั่นก็มีความรู้สึกไม่ต่างจากการถูกกักบริเวณ เด็กๆ ต้องอยู่แต่ในห้องที่ปิดมิดชิด ฟังเสียงเครื่องฟอกอากาศทำงานในบ้านเป็นวันๆ

Image copyright Alamy
คำบรรยายภาพ คนจีนหันมาหาทางปกป้องสุขภาพตัวเองกันมากขึ้น อย่างการซื้อเครื่่องฟอกอากาศมาใช้ที่บ้าน

เรื่องหมอกควันมลพิษเป็นประเด็นใหญ่ในสื่อสังคมออนไลน์ทั่วประเทศจีน ชาวบ้านที่นั่นติดตามวัดคุณภาพอากาศผ่านแอ็พบนโทรศัพท์มือถือ บ้างก็แชร์ตัวเลขคุณภาพอากาศทางโซเชียลมีเดีย

ความเสื่อมถอยของสภาพแวดล้อมในจีนขณะนี้ หนักหนากว่าที่กรุงลอนดอนและเมืองแมนเชสเตอร์ต้องเผชิญในช่วงปี 1950 มาก เมื่อเดือนที่แล้ว อากาศเป็นพิษจับตัวกันเป็นก้อนเมฆ ปกคลุมพื้นที่กว้างออกไปเป็นพันไมล์ มีขนาดใหญ่ราวทวีป ๆ หนึ่ง มลพิษมีทั้งเขม่าดำจากถ่านหินที่ใช้ตามโรงงานผลิตไฟฟ้าและไอเสียจากรถยนต์ แทรกซึมเข้าสู่ปอดของประชากรนับล้านคน

ตอนนี้คนจีนหันมาหาทางปกป้องสุขภาพตัวเองกันมากขึ้น แต่ยังมีคนอีกมากที่ไม่รู้ถึงอันตรายหรือไม่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก อย่างการเปลี่ยนไส้กรองอากาศหนึ่งชุดมีราคาประมาณ 4,300 บาท และต้องเปลี่ยนทุกๆ 6 เดือน

Image copyright Getty Images

แน่นอนว่าปัญหามลพิษไม่ได้เกิดจากฝีมือของจีนเพียงฝ่ายเดียว เพราะสินค้าที่ผลิตขึ้น จากโรงงานในจีนส่งออกไปยังชาติตะวันตกในหลายทศวรรษที่ผ่านมาโดยปราศจากมาตรการดูแลสิ่งแวดล้อม ชี้ให้เห็นว่าผลประโยชน์ของประเทศร่ำรวยนั้นเข้ากันได้ดีกับความไม่รับผิดชอบของคนระดับสูงในระบอบคอมมิวนิสต์ ชาติตะวันตกได้ซ้อสินค้าราคาถูก ส่วนจีนก็ร่ำรวยโดยไม่ต้องลำบากกับการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระ กฎข้อบังคับ หรือการควบคุมตามแบบประชาธิปไตยในตลาดอื่น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง