ทรัมป์กับรหัสสั่งโจมตีด้วยนิวเคลียร์ อีกภาระรับผิดชอบของประธานาธิบดีคนใหม่

ทรัมป์ Image copyright BRENDAN HOFFMAN/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ กระเป๋าบรรจุ "ลูกฟุตบอลนิวเคลียร์"

ในวันพรุ่งนี้ (20 ม.ค.) นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐฯ โดยหลังจากการกล่าวสาบานตนจบลง สิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นทันทีคือเจ้าหน้าที่ทหารจะนำกระเป๋าสีดำที่บรรจุ "ลูกฟุตบอลนิวเคลียร์" เข้ามาไว้ข้างกายประธานาธิบดีคนใหม่ และกระเป๋านี้จะติดตามตัวเขาไปทุกหนทุกแห่ง เพื่อให้ผู้นำคนใหม่สามารถตัดสินใจสั่งการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ได้ในทุกที่ ทุกเวลา

"ลูกฟุตบอลนิวเคลียร์" นั้นไม่ใช่ปุ่มกดปล่อยขีปนาวุธอย่างที่หลายคนเข้าใจกัน แต่เป็นหีบบรรจุเอกสารลับที่รวมถึงตัวเลือกแผนการโจมตีหลายรูปแบบ พร้อมทั้งการ์ดพลาสติกที่มีรหัสยืนยันตัวตนของประธานาธิบดีขนาด 3x5 นิ้ว หรือที่เรียกว่า "บิสกิต" ซึ่งจะเปิดออกใช้เมื่อผู้นำสหรัฐฯต้องการสั่งโจมตีด้วยนิวเคลียร์เท่านั้น โดยการตัดสินใจนี้ขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีเพียงผู้เดียว

การตัดสินใจในชั่วเสี้ยววินาทีซึ่งอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตนับล้านคนนั้น เป็นอีกภาระรับผิดชอบที่หนักอึ้งของประธานาธิบดีสหรัฐฯซึ่งต้องอาศัยความสุขุมรอบคอบอย่างยิ่ง แต่ในสายตาของหลายคนแล้ว นายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอารมณ์ร้อนและไม่รีรอที่จะตอบโต้คู่กรณีด้วยความฉุนเฉียวนั้น ยังเป็นที่น่ากังขาว่าจะไว้วางใจให้เขากุมอำนาจเหนืออาวุธร้ายแรงแต่เพียงผู้เดียวได้หรือไม่ แม้ล่าสุดทรัมป์จะออกมาถอนคำพูดรุนแรงเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างการหาเสียง และบอกว่าเขาจะเป็นคนสุดท้ายที่ใช้อาวุธนิวเคลียร์แล้วก็ตาม

Image copyright DREW ANGERER/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐฯจะต้องเสริมความแข็งแกร่งและขยายศักยภาพด้านนิวเคลียร์อีกอย่างมาก

อันที่จริง แม้การสั่งโจมตีด้วยนิวเคลียร์จะเป็นอำนาจตัดสินใจของประธานาธิบดีเพียงผู้เดียว โดยไม่มีกลไกตรวจสอบถ่วงดุลใด ๆ เลย แต่ในระหว่างที่ผู้นำสหรัฐฯได้สั่งการโจมตีไปแล้ว ไปจนถึงเวลาที่มีการยิงขีปนาวุธจริง จะมีผู้คนอีกจำนวนมากเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยนายมาร์ก ฟิตซ์แพทริก ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันศึกษายุทธศาสตร์ระหว่างประเทศที่กรุงวอชิงตันมองว่า การที่ประธานาธิบดีผู้ก้าวร้าวจะใช้อารมณ์ชั่ววูบสั่งการโจมตีด้วยนิวเคลียร์นั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย แม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้รัฐมนตรีกลาโหมรับคำสั่งโจมตีด้วยนิวเคลียร์ไปดำเนินการโดยไม่อาจโต้แย้งได้ แต่หากสามารถพิสูจน์ได้ว่า ประธานาธิบดีมีภาวะจิตใจไม่ปกติ รัฐมนตรีกลาโหมสามารถประกาศให้ประธานาธิบดีเป็นผู้ไร้ความสามารถในการตัดสินใจได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่

Image copyright DIMA KOROTAYEV/AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ ขีปนาวุธ "โทปอล" เป็นหนึ่งในขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปของรัสเซียที่สามารถเคลื่อนย้ายได้

ในเหตุการณ์จริง หากประธานาธิบดีต้องการสั่งโจมตีด้วยนิวเคลียร์ "ลูกฟุตบอลนิวเคลียร์" จะถูกเปิดออก และประธานาธิบดีจะเลือกแผนการโจมตีจากสมุดปกดำ ที่มีให้เลือกตั้งแต่การยิงขีปนาวุธลูกเดียว ไปจนถึงการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปที่ติดหัวรบนิวเคลียร์พร้อมกันหลายลูก โดยใช้การ์ด "บิสกิต" ส่งรหัสยืนยันคำสั่งว่ามาจากประธานาธิบดีจริง ไปยังประธานคณะเสนาธิการร่วม กระทรวงกลาโหม และศูนย์บัญชาการใหญ่ทางยุทธศาสตร์ที่ฐานทัพอากาศในรัฐเนบราสกาตามลำดับ ก่อนที่จะไปถึงเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการยิงขีปนาวุธจริง ซึ่งรหัสยืนยันคำสั่งที่ส่งมานี้ จะต้องตรงกับรหัสที่ผู้ดำเนินการยิงขีปนาวุธจริงเก็บรักษาไว้

อย่างไรก็ตาม มีอีกกรณีหนึ่งที่การตัดสินใจสั่งโจมตีด้วยนิวเคลียร์ของประธานาธิบดีอาจผิดพลาดได้ คือในกรณีที่มีสัญญาณเตือนว่าศัตรูยิงโจมตีมาแล้ว และผู้นำมีเวลาเพียงไม่กี่นาทีในการตัดสินใจยิงสกัดหรือตอบโต้ เช่นขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปที่ยิงจากภาคพื้นดินของรัสเซียนั้น จะใช้เวลาเดินทางมาถึงสหรัฐฯ ราว 25-30 นาที แต่หากยิงจากเรือดำน้ำที่แฝงตัวเข้ามาใกล้ชายฝั่งสหรัฐฯมากแล้ว ก็อาจใช้เวลาเพียง 12 นาทีเท่านั้นก่อนพุ่งเข้าทำลายเป้าหมาย ซึ่งในกรณีนี้ผู้นำสหรัฐฯจะไม่มีเวลาตรวจสอบว่า สัญญาณเตือนการโจมตีจากศัตรูนั้นเป็นของจริงหรือไม่

ปัจจุบันสหรัฐฯและรัสเซียต่างครอบครองอาวุธนิวเคลียร์รวมกันคิดเป็นร้อยละ 90 ของทั้งโลก โดยสถิติล่าสุดของปีที่แล้วเผยว่า รัสเซียมีหัวรบนิวเคลียร์อยู่ 1796 หัวรบ และสหรัฐฯมีอยู่ 1367 หัวรบ โดยขีปนาวุธของสหรัฐฯที่ตั้งเป้ายิงไปทางรัสเซียนั้นมีอยู่กว่า 100 หัวรบ