ส่งตัวเจ้าพ่อยาเสพติดจอมแหกคุก "เอล ชาโป" ไปดำเนินคดีที่สหรัฐฯ

ฮัวคิน กุซมาน Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เจ้าพ่อยาเสพติด ฮัวคิน กุซมาน มีฉายาเรียกขานกันว่า "เอล ชาโป" หรือ "เจ้าเตี้ย"

ทางการเม็กซิโกได้ส่งตัวนายฮัวคิน กุซมาน เจ้าพ่อยาเสพติดฉายา "เอล ชาโป" ผู้โด่งดังจากการแหกคุกที่คุมเข้มความปลอดภัยระดับสูงไปได้ถึงสองครั้ง ให้ไปรับการดำเนินคดีในสหรัฐอเมริกาแล้ว โดยเขาอาจต้องโทษจำคุกในต่างแดนเป็นเวลานานหลังจากนี้

มีการส่งตัวนายกุซมานจากสนามบินเมืองซิวดาด ฮัวเรซ ซึ่งตั้งอยู่ติดพรมแดนที่เชื่อมต่อกับเมืองเอล พาโซ ของสหรัฐฯ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารจำนวนมากคอยรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ นายกุซมานถูกคุมขังที่เรือนจำในเมืองซิวดาด ฮัวเรซ เป็นแห่งสุดท้ายขณะอยู่ในเม็กซิโก ก่อนจะถูกส่งตัวไปรับการพิจารณาคดีที่ศาลแขวงบรูคลินในนครนิวยอร์กวันนี้ (20 ม.ค.)

ก่อนหน้านี้มีคำขอจากทางการรัฐเท็กซัสและรัฐแคลิฟอร์เนีย ให้ส่งตัวนายกุซมานไปดำเนินคดีในสหรัฐฯ ในข้อหาค้ายาเสพติดและลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากเข้าประเทศ แต่ประธานาธิบดีเอ็นริเก เปนา นีโต ของเม็กซิโก ไม่ยินยอมต่อคำขอดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลังจากที่นายกุซมานแหกคุกออกไปและถูกจับตัวกลับมาได้ครั้งล่าสุดเมื่อต้นปีที่แล้ว ผู้นำเม็กซิโกได้เปลี่ยนใจและสั่งให้เร่งรัดกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนในทันที ส่วนนายกุซมานได้ยื่นอุทธรณ์เพื่อขอรับโทษในเม็กซิโกต่อไป แต่ไม่เป็นผล

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ทหารเม็กซิกันจำนวนมากเข้ารักษาความปลอดภัยที่สนามบิน ระหว่างการส่งตัวนายกุซมาน

ทั้งนี้ นายกุซมานเป็นหัวหน้าแก๊งซินาลัว ซึ่งเป็นแก๊งอาชญากรรมขนาดใหญ่ที่มีอิทธิพลสูง มีสมาชิกนับพันคนทำการค้าและลักลอบขนยาเสพติดเข้าไปในสหรัฐฯจนมีรายได้หลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งเงินเหล่านี้ถูกส่งกลับไปฟอกในเม็กซิโก นายกุซมานยังสังหารและทรมานผู้คนจำนวนมากจากการทำธุรกิจมืดดังกล่าว

นายกุซมานนับว่าเป็นเจ้าพ่อยาเสพติดที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโลก เช่นเดียวกับพาโบล์ เอสโคบาร์ เจ้าพ่อยาเสพติดโคลอมเบีย โดยวีรกรรมที่สร้างชื่อเสียงให้เขามากที่สุด คือการแหกคุกที่มีระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงของเม็กซิโกออกไปได้ถึงสองครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อปี 2544 เขาหลบซ่อนตัวไปในตระกร้าผ้าที่ส่งซัก จนออกไปใช้ชีวิตนอกคุกอยู่ได้นานถึง 13 ปี ก่อนจะถูกจับกลับมาเข้าห้องขังเมื่อต้นปี 2557 แต่ก็สามารถขุดอุโมงค์หนีออกไปจากห้องขังได้ในปีต่อมา ในระหว่างการหลบหนีครั้งนี้ เขาได้ติดต่อกับฌอน เพนน์ นักแสดงและผู้กำกับชื่อดังซึ่งสนใจจะนำเรื่องราวของเขาไปสร้างเป็นภาพยนตร์ อย่างไรก็ตาม การติดต่อในครั้งนี้นำไปสู่เบาะแสที่ช่วยให้จับกุมตัวเขาได้ในรัฐซินาลัวในที่สุด