สื่อมวลชนโลกแสดงความกังวล หลังทรัมป์ขึ้นเป็นผู้นำสหรัฐฯ

สื่อมวลชนทั่วโลกพร้อมใจรายงานข่าวพิธีสาบานตนรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯของทรัมป์
คำบรรยายภาพ สื่อมวลชนทั่วโลกพร้อมใจรายงานข่าวพิธีสาบานตนรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯของทรัมป์

พิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นพิธีที่มีการรายงานข่าวไปทั่วโลก อย่างไรก็ตามสื่อในประเทศต่าง ๆ รายงานการขึ้นเป็นผู้นำสหรัฐฯ ของเขาออกไปในแง่ลบ

แม้ว่าสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ รายงานสดพิธีสาบานตน แต่สถานีโทรทัศน์รอสซิยา 1 ของทางการรัสเซียกลับเลือกการรายงานสดในรูปแบบที่ต่างออกไป โดยเชิญผู้ร่วมรายการมาสนทนาแสดงความคิดเห็นในห้องส่ง มีทั้งการถกเถียงและพูดติดตลกเกี่ยวกับข่าวพิธีสาบานตนรับตำแหน่งบนจอขนาดยักษ์ในห้องส่ง นอกจากนั้นทางสถานียังเลือกที่จะไม่ให้มีการแปลข่าวดังกล่าวจากภาษาอังกฤษเป็นภาษารัสเซียด้วย

เว็บไซต์โปลิติกาของโปแลนด์รายงานว่า พิธีสาบานตนครั้งนี้เป็นพิธีที่ "สวยงามและเรียบง่าย คนอาจลืมไปว่าเป็นพิธีมอบตำแหน่งให้กับการหาเสียงเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยความสกปรก"

อย่างไรก็ตามนักวิจารณ์ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย พวกเขาชี้ว่านายทรัมป์ยกเลิกธรรมเนียมดี ๆ หลายเรื่อง ที่ตามปกติแล้วยึดปฏิบัติกันในพิธีนี้ ขณะที่เว็บไซต์ Gazeta.ru เว็บไซต์ข่าวอิสระรายงานวา "ทรัมป์เตรียมปิดอเมริกา"

Image copyright ROSSIYA 1
คำบรรยายภาพ สถานีโทรทัศน์รอสซิยา 1 ของทางการรัสเซียเลือกที่จะไม่ให้มีการแปลข่าวนี้จากภาษาอังกฤษเป็นภาษารัสเซีย

อเมริกาต้องมาก่อน

หนังสือพิมพ์ลิเบราซิยงในฝรั่งเศสพาดหัวว่า "ประธานาธิบดีคนเดียว สองอเมริกา" โดยระบุว่านายทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ "ที่หลอมรวมความเป็นหนึ่งเดียวได้น้อยที่สุด" ในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ด้วยการใช้โทนเสียง "แบบเดียวกับการณรงค์หาเสียงของเขา เพียงแต่เพิ่มท่าทางของการเป็นประธานาธิบดีเข้าไป"

ด้านเลอมงด์รายงานว่าเห็นเพียงแค่ "ความรู้สึกกระตือรือร้นปานกลาง" จากประชาชนที่ออกไปร่วมงาน ในบรรยากาศที่ "ดูเหมือนว่าต่างไปอย่างมากจากความคึกคักของการรณรงค์หาเสียง"

สื่อในทวีปอเมริกาใต้แสดงความเป็นห่วงว่านายทรัมป์อาจนำนโยบายโดดเดี่ยวนิยมมาใช้ หนังสือพิมพ์เอสตาดูดิเซาต์เปาลู ในบราซิลรายงานว่าคำกล่าวในพิธีสาบานตน "มีความก้าวร้าว" ขณะที่หนังสือพิมพ์ปาฮินา 12 ซึ่งเป็นสื่อแนวซ้ายในอาร์เจนตินามองเรื่องคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของนายทรัมป์ว่าเป็น "คณะรัฐมนตรีของพวกเหยียดสีผิว นักการเงิน พวกสุดโต่ง พวกนักรบและพวกต่อต้านชนชั้นแรงงาน"

Image copyright Getty Images

ส่วนสื่อในจีนมองการขึ้นเป็นผู้นำสหรัฐฯ ของนายทรัมป์อย่างระมัดระวัง จนค่อนไปทางหวาดหวั่น โดยผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่า สื่อในจีนได้รับคำแนะนำให้รายงานข่าวพิธีสาบานตนของนายทรัมป์อย่างระมัดระวัง โดยคำสั่งดังกล่าวของรัฐบาลได้รั่วออกมาราวหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้าพิธีสาบานตน

หนังสือพิมพ์ชันเข่าเซี่ยวซี้ ในสังกัดสำนักข่าวซินหัวพาดหัวในหน้าแรกว่า "โลกมองอย่างเป็นห่วงขณะที่ทรัมป์ก้าวเข้าสู่ทำเนียบขาว"

หนังสือพิมพ์ปักกิ่งยุธเดลี่พาดหัวค่อนข้างเป็นกลางว่า "อเมริกาต้อนรับยุคของทรัมป์"

ส่วนสื่อเว็บไซต์รายงานว่าสหรัฐฯ แตกเป็นเสี่ยง ในขณะที่นายทรัมป์สาบานตนเป็นผู้นำ เว็บไซต์หนังสือพิมพ์พีเพิลเดลี กระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเขียนว่าจำเป็นจะต้องมีความร่วมมือแบบ "ชนะทั้งสองฝ่าย" ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ แต่คนในจีนกำลังตั้งคำถามว่ามันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ในภาวะที่ผู้นำคนใหม่ของสหรัฐฯ กล่าวหาจีนว่าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อแย่งงานจากสหรัฐฯ รัฐบาลของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ไม่เพียงแต่จะมีความเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และจำต้องหาทางแก้ไขเท่านั้น แต่ยังบอกด้วยว่าการตั้งกำแพงภาษีศุลกากรจะทำร้ายเศรษฐกิจโลก ซึ่งหมายความว่าผู้บริโภคชาวอเมริกันจะได้รับผลกระทบด้วย

ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่า ช่วงนี้ผู้สื่อข่าวต่างชาติที่อยู่ในจีนมักได้รับคำเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงรับรองหลายงานที่รัฐบาลเป็นเจ้าภาพเนื่องในวันตรุษจีน การไปร่วมงานดังกล่าวเป็นโอกาสที่ได้พบปะกับเจ้าหน้าที่การทูต ทหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รวมทั้งข้าราชการระดับต่าง ๆ

บางครั้งการพบปะดังกล่าวทำให้ทราบว่า รัฐบาลจีนเข้มงวดเพียงใดกับบรรดาข้าราชการ เกี่ยวกับเรื่องนายทรัมป์ ความคิดเห็นของเขาเรื่องไต้หวัน การค้า ทะเลจีนใต้และมหาอำนาจในภูมิภาค อย่างไรก็ตามหลังจากชนแก้วดื่มไวน์ไปสักครู่ บรรดาข้าราชการก็แอบกระซิบว่า พวกเขาอยากพูดเรื่องอะไรออกมาบ้าง เช่น "กำแพงภาษี 45% นายทรัมป์เอาจริงหรือ" "เขาคิดว่าเราจะไม่ปกป้องสิทธิของเราในการเข้าไปตามเกาะต่าง ๆ ในทะเลจีนใต้หรือ" "ผมหมายความว่าเขาคิดว่าเขาเป็นใครกัน" "เขากล้าดีอย่างไร"

ผู้สื่อข่าวชี้ว่า ตอนนี้นายทรัมป์สาบานตนเป็นผู้นำสหรัฐฯ แล้ว อาจไม่มีความจำเป็นที่จีนต้องระมัดระวัง และพูดจาอย่างสุภาพเกี่ยวกับเขาและทีมงานของเขาอีกต่อไป มุมมองและความคิดเห็นที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงนี้ ทำให้ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์กับจีนกับสหรัฐฯ จะไม่สดใส

ประท้วง

การเดินขบวนประท้วงนายทรัมป์ในกรุงวอชิงตันดีซีเป็นเหตุการณ์ที่สื่อหลายเจ้าให้ความสนใจ โดยเฉพาะในประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่เย็นชากับสหรัฐฯ

สำนักข่าวเพรนซา ลาตินาในคิวบา รายงานพิธีสาบานตนเพียงเล็กน้อย แต่กลับเน้นว่า "มีการเดินขบวนหลายจุด" ในกรุงวอชิงตัน เช่นเดียวกับเจเวน หนังสือพิมพ์สายแข็งกร้าวในอิหร่าน เน้นรายงานเรื่องการประท้วง หนังสือพิมพ์ฉบับนี้เคยคาดการณ์ว่า การบริหารประเทศของรัฐบาลนายทรัมป์จะเป็นแบบ "ขึ้น ๆ ลง ๆ"

Image copyright EPA/Tracie Van Auken

รอสซิยาทีวีของรัสเซียรายงานว่า "ไม่ใช่ทุกคนต้อนรับพ่อคนใหม่ของชาติ" แต่การประท้วงก็ "ไม่ได้กระทบพิธีการที่มีสีสันรื่นเริง"

บนเว็บไซต์หนังสือพิมพ์อิสราเอล ฮาโยม ที่เป็นสายอนุรักษ์นิยม บรรณาธิการข่าวคนหนึ่งเขียนว่าพิธีสาบานตนเป็น "การเฉลิมฉลองประชาธิปไตยของสหรัฐฯ" ซึ่งเป็น "สัญลักษณ์ความสำเร็จของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ"

สตรีหมายเลขหนึ่ง

นางเมลาเนีย ทรัมป์ ได้รับความสนใจจากสื่อในประเทศยุโรปตะวันออก สื่ออดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบเธอกับบรรดาอดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง

รอสซิยา 1 รายงานว่า "ความงามของเธอทำให้นึกถึงแจ็กเกอลีน เคนเนดี"

หนังสือพิมพ์ซเวต24 ในสโลวีเนีย ประเทศบ้านเกิดของเธอเขียนว่าชุดที่นางเมลาเนียใส่เอื้อให้ "บดบังรัศมี" นางมิเชล โอบามา "อย่างสิ้นเชิง" การที่เธอเลือกชุดของราล์ฟ ลอเรน ยังเป็นการ "หยอกนางฮิลลารี คลินตัน" ด้วย เพราะนางคลินตันก็ชื่นชอบผลงานของนักออกแบบผู้นี้เช่นกัน

Image copyright Kevin Dietsch - Pool/Getty Images

สื่อในยูเครนและเบลารุสพยายามรายงานถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างคนในประเทศของตนกับสตรีหมายเลขหนึ่ง เว็บไวต์ซาลิดาร์นิสต์ ในเบลรุสตั้งข้อสังเกตว่า ราล์ฟ ลอเรนมีบรรพบุรุษเป็นชาวเบลารุส และนายจาเรด คุชเนอร์ ลูกเขยของนายทรัมป์มีญาติพี่น้องอยู่ในเบลารุส

ส่วนยูไครอินา ทีวี รายงานว่าทวดของนายคุชเนอร์เป็นชาวยิวจากเขตเทร์โนพิล และผู้บริหารของสภาท้องถิ่นในเขตดังกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า เขายินดีที่จะติดต่อกับนายคุชเนอร์

มองไปข้างหน้า

บรรดานักวิจารณ์ยังประเมินภาพได้ไม่ชัดว่าสี่ปีข้างหน้าจะมีความหมายสำหรับคนอเมริกันและโลกอย่างไร

Image copyright REUTERS/Rob Carr

ผู้เขียนบทวิจารณ์ให้กับหนังสือพิมพ์ดีไซต์ในเยอรมนี เขียนว่า คำประกาศของนายทรัมป์ที่บอกว่า เขาและผู้สนับสนุนจะกำหนดทิศทางให้สหรัฐฯ และโลกสำหรับในอีกหลายปีข้างหน้าเป็นคำพูดที่ "ดูเป็นภัยคุกคาม"

ส่วนผู้เขียนบทวิจารณ์ให้เอ็นทีวีในรัสเซียบอกว่า "พวกเขาทำให้อัครมหาเศรษฐีได้เข้านั่งในทำเนียบขาว และเห็นชัดว่านายทรัมป์หวังว่า วิสัยทัศน์ของเขาสำหรับอเมริกาจะช่วยเขาในอนาคตด้วยเช่นกัน"