นักวิจัยเคมบริดจ์ คิดหา 'วัคซีน' กันเชื่อข่าวปลอม

คนพิมพ์บนแล็ปทอป Image copyright PA

ข่าวเท็จที่ปรากฏตามเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้นักวิทยาศาสตร์หันมาพัฒนา "วัคซีน" หรือวิธีการป้องกันการหลงเชื่อข่าวเท็จ

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้คิดค้นวิธีการทางจิตวิทยา ขึ้นมาช่วยชี้ให้เห็นถึงข้อเท็จจริงที่ถูกบิดเบือน โดยนักวิจัยชี้ว่า การให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลผิด ๆ เอาไว้ก่อนทีละน้อย จะช่วยให้สมองจัดการกับเรื่องราวที่ไม่มีมูลความจริงได้อย่างเป็นระบบ

ดร.แซนเดอร์ ฟอน เดอร์ ลินเด็น หัวหน้านักวิจัยของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ กล่าวเปรียบเทียบว่า ข้อมูลผิดๆ สามารถแพร่กระจายและสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ได้ไม่ต่างจากไวรัส

"แนวคิดของนักวิจัยคือการทำให้คนอ่านมีทักษะทางความคิดที่ช่วยสร้างภูมิป้องกันข้อมูลที่ถูกบิดเบือน เมื่อเจอข้อมูลเท็จครั้งต่อไป ก็จะหลงเชื่อน้อยลง"

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ มีการแพร่ข่าวลวงก่อนการเลือกตั้งสหรัฐฯ ว่าสมเด็จพระสันตะปาปาสนับสนุนนายโดนัลด์ ทรัมป์

นักวิจัยซึ่งเผยแพร่ผลการศึกษาลงในวารสารวิชาการ โกลบอล ชาเลนจ์ ได้ทำการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างในสหรัฐฯ กว่า 2,000 คน ซึ่งไม่รู้ตัวกำลังถูกทดลองอยู่

นักวิจัยให้กลุ่มตัวอย่างอ่านข่าว 2 เรื่อง ซึ่งเป็นการกล่าวอ้างเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน และพบว่าเมื่อคนอ่านได้อ่านอย่างต่อเนื่อง อิทธิพลของข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้จะถูกหักล้างโดยข้ออ้างของนักรณรงค์ซึ่งไม่สามารถยืนยันความถูกต้องได้ แต่เมื่อนำข้อมูลที่เป็นจริงมารวมกับข้อมูลที่ถูกบิดเบือนโดยนำเสนอในลักษณะคำเตือน ข่าวเท็จกลับมีผลน้อยลง

ในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งสหรัฐฯ รายงานข่าวลวงที่อ้างว่าสมเด็จพระสันตปาปาทรงสนับสนุนนายโดนัลด์ ทรัมป์ และข่าวที่ว่านางฮิลลารี คลินตัน ขายอาวุธให้กับกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม กลายเป็นข่าวที่มีคนแชร์เป็นล้านครั้งบนเฟซบุ๊ก

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ เฟซบุ๊กจะร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหากำไรในเยอรมนี Corrective ป้องกันการแพร่ข่าวลวงทางโซเชียลมีเดีย

หลังมีการเผยแพร่ข่าวเท็จทางอินเตอร์เน็ต ทำให้สื่อสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเฟซบุ๊ก เปิดตัวรูปแบบการใช้งานใหม่ เพื่อช่วยรับมือกับรายงานข่าวที่ถูกบิดเบือน ซึ่งกลายเป็นแรงกดดันให้กูเกิ้ลและทวิตเตอร์หาทางจัดการกับปัญหาเช่นกัน

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่ารัฐบาลเยอรมนีได้เสนอให้ตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นรับมือกับข่าวเท็จในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในปีนี้ และในสหราชอาณาจักรก็มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาวุโสจากพรรคแรงงาน ออกมาเตือนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การเมืองอังกฤษก็เสี่ยงจะ "ติดเชื้อจากการแพร่กระจายของข่าวเท็จ" เช่นกัน

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ มีการแชร์ข่าวที่ว่านางฮิลลารี คลินตัน ขายอาวุธให้กลุ่มไอเอส อย่างแพร่หลายทางโซเชียลมีเดีย

ข่าวเท็จคืออะไร?

การจงใจกุข่าวเพื่อหลอกลวงหรือเพื่อให้ความบันเทิง ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ปัจจุบันเมื่อมีสื่อสังคมให้ใช้กันแพร่หลาย เรื่องจริงหรือและเรื่องเท็จต่างก็มีการถูกนำเสนอด้วยวิธีที่ไม่แตกต่างใกล้เคียงกัน จนทำให้แยกแยะจากกันได้ยาก

ปัจจุบันเว็บไซต์ข่าวปลอมเกิดขึ้นมากมายนับร้อย ๆ ไซต์ ทั้งประเภทที่จงใจเลียนแบบสื่ออย่างหนังสือพิมพ์ที่มีอยู่จริง ไปจนถึงสื่อโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาล บ้างก็คาบเส้นระหว่างการเป็นสื่อที่มุ่งล้อเลียนและสื่อที่มุ่งให้ข้อมูลผิดๆ ซึ่งบางครั้งใช้เพื่อสนองจุดประสงค์ทางการเมือง