วงการซูโม่ได้แชมป์สายเลือดญี่ปุ่นคนแรกในรอบ 19 ปี

คิเซโนะซาโตะ Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ คิเซโนะซาโตะได้เป็นแชมป์ซูโม่ระดับโยโกสุนะสายเลือดญี่ปุ่นคนแรกในรอบ 19 ปี

ญี่ปุ่นได้แชมป์ซูโม่ระดับโยโกสุนะซึ่งเป็นแชมป์ระดับสูงสุดเป็นชาวญี่ปุ่นคนแรก หลังจากเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา ตำแหน่งแชมป์ซูโม่ในระดับดังกล่าวถูกชาวต่างชาติคว้าไปครองมาโดยตลอด

นักซูโม่ฉายา "คิเซโนะซาโตะ" วัย 30 ปี ชาวจังหวัดอิบารากิ ได้ขึ้นเป็นแชมป์ชั้นโยโกสุนะ หลังคว้าชัยชนะในการแข่งขันรายการแรกของปีนี้ โดยถือเป็นแชมป์ชาวญี่ปุ่นคนแรก นับแต่นักซูโม่ฉายา "วะกะโนะฮานะ" ได้ครองแชมป์เมื่อปี 1998

ในปัจจุบันมีชาวญี่ปุ่นเข้าสู่เส้นทางอาชีพนักมวยปล้ำซูโม่น้อยลงมาก แต่กลับมีชาวต่างชาติเข้ามารับการฝึกฝนซูโม่และลงแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งในรอบ 19 ปีที่ผ่านมา แชมป์ซูโม่ระดับโยโกสุนะล้วนเป็นชาวต่างชาติ โดยมีทั้งชาวอเมริกันซามัวและชาวมองโกเลียได้ครองแชมป์ดังกล่าว

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ วะกะโนะฮานะ (ขวา) เป็นแชมป์ซูโม่ระดับโยโกสุนะชาวญี่ปุ่นคนสุดท้ายก่อนหน้านี้ โดยได้ครองตำแหน่งเมื่อปี 1998

คิเซโนะซาโตะ ซึ่งมีชื่อจริงว่า ยูทากะ ฮากิวาระ กล่าวด้วยความดีใจหลังได้รับชัยชนะครั้งล่าสุดว่า แรงใจจากบรรดาผู้ให้การสนับสนุนทำให้เขามาได้ไกลถึงขนาดนี้ ซึ่งคาดว่าแฟนกีฬาซูโม่ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากต่างรู้สึกดีใจที่ชาวญี่ปุ่นได้กลับมาครองแชมป์ระดับสูงสุดในกีฬาประจำชาติ

คิเซโนะซาโตะจะเป็นแชมป์ซูโม่ระดับโยโกสุนะคนที่ 4 ที่ได้ครองตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน โดยอีกสามคนล้วนเป็นชาวมองโกเลีย คือ ฮาคุโฮ ฮารุมะฟูจิ และคะคุริว

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ อะสะโชริว แชมป์ซูโม่ระดับโยโกสุนะชาวมองโกเลียคนดัง มักตกเป็นข่าวมีปัญหากับผู้อาวุโสในวงการเรื่องพฤติกรรม

มองกันว่าคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ให้ความสนใจต่ออาชีพนักกีฬาซูโม่น้อยลงมาก เนื่องจากต้องฝึกฝนอย่างหนักหน่วงนานหลายปีในสภาพความเป็นอยู่ที่ลำบาก โดยนักซูโม่ต้องอาศัยอยู่ในค่ายฝึกที่คับแคบภายใต้ระเบียบที่เข้มงวด และเมื่อมีชื่อเสียงแล้วยังถูกคาดหวังให้มีความประพฤติอยู่ในกรอบเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย มิเช่นนั้นจะถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหากกระทำผิด อย่างไรก็ตาม นักซูโม่ที่มีชื่อเสียงนั้นมีรายได้อย่างงาม ทำให้ชาวต่างชาติให้ความสนใจฝึกฝนกีฬานี้ โดยปัจจุบันมีทั้งนักซูโม่ที่มาจากบราซิล บัลแกเรีย จีน เอสโทเนีย รัสเซีย มองโกเลีย ตองกา และฮาวาย