วิเคราะห์: บังคับใช้กฎหมายไม่ได้ ลดตายหมู่บนถนนไม่สำเร็จ

Thai rescue workers inspect a wreckage pickup truck after collided with a passenger van vehicles and both were burned in the accident at a highway in Chonburi province, Thailand, 2 January 2017 Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ หน่วยกู้ภัยกำลังตรวจดูซากรถตู้โดยสารที่พุ่งชนกับรถกระบะ ที่จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา

สถานการณ์ความปลอดภัยบนท้องถนนกลายเป็นประเด็นร้อนประจำช่วงปีใหม่ 2560 ที่ผ่านมา หลังมีเหตุสะเทือนขวัญกรณีรถตู้โดยสารพุ่งชนกับรถกระบะที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 25 คน และได้จุดกระแสให้สังคมหันมาถกเรื่องความเสี่ยงจากการสัญจรทางถนนอีกครั้ง อีกทั้งตัวเลขของกระทรวงมหาดไทยที่เปิดเผยว่าในช่วง 7 วันอันตรายของเทศกาลปีใหม่ 2560 มียอดผู้เสียชีวิตบนท้องถนนถึง 478 คน หรือเพิ่มขึ้นจากเดิมถึงร้อยละ 25 ในปีที่ผ่านมา ก็บ่งชี้ว่าสถานการณ์บนท้องถนนยังน่าเป็นห่วง

กรณีนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนของรัฐบาล รวมถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมารับปากว่าจะใช้มาตรการเข้มงวด ทั้งคุมเข้มการให้บริการขนส่งมวลชน แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายจราจร และดำเนินคดีกับทุกความผิด เพื่อทำให้สถานการณ์ดีขึ้นภายใน 3 เดือน ก่อนเทศกาลสงกรานต์จะมาถึง


ทำไมเหตุจึงอุบัติ?

Image copyright Getty Images

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า เมื่อปี 2558 ประเทศไทยมีอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเป็นอันดับ 1 ในเอเชียและสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยมีผู้เสียชีวิตปีละ 24,237 ราย หรือ 36.2 รายต่อประชากร 1 แสนคน ขณะที่ทางการไทยระบุว่า ในจำนวนนี้ สาเหตุส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมของคน ทั้งการขับรถเร็ว และเมาแล้วขับ

รัตนวดี เหมนิธิ วินเทอร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย ประจำประเทศ ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยว่า ตัวเลขของ WHO ได้บ่งชี้ว่าอุบัติเหตุทางถนนเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทย และควรจะมีการแก้ไขอย่างจริงจังและไม่ควรมองด้วยทัศนคติแบบไทยๆ ว่าเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ตามยถากรรม แต่เป็นสิทธิของทุกคนที่จะต้องได้รับความปลอดภัย

เธอบอกว่า ลึกๆ แล้ว ปัญหาส่วนใหญ่ยังมาจากความล้มเหลวในการบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐที่ไม่เข้มข้นและไม่ต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา คณะทำงานเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนมักจะเพิ่มความเข้มงวดในช่วงก่อนเทศกาล ทำให้คนยังไม่ตระหนักถึงกฎหมาย แต่ในต่างประเทศ เช่น แถบสแกนดิเนเวีย ออสเตรเลีย หรือประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม มีการใช้กฎหมายอย่างสม่ำเสมอ จนพลเมืองคิดว่าเมื่อก้าวออกจากบ้านไปก็ต้องเจอกับตำรวจแล้ว ก็ต้องระมัดระวังตัวเอง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ รัตนวดี เหมนิธิ วินเทอร์: ''การบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐที่ไม่เข้มข้นและไม่ต่อเนื่อง''

รัตนวดีกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการศึกษา ซึ่งในคาบเรียนตามหลักสูตรของไทย ยังไม่มีการให้ความรู้และทำให้ตระหนักถึงหลักความปลอดภัยบนท้องถนน ทำให้วัฒนธรรมความปลอดภัยด้านนี้ยังไม่เกิดขึ้น

รัตนวดี กล่าวอีกว่า ข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยชี้ว่าพาหนะที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดถึง 80% คือจักรยานยนต์ ซึ่งผู้ประสบเหตุมักจะเป็นผู้ขับขี่ระดับล่าง แต่คนเหล่านี้ยังไม่มีภาคประชาสังคมให้การสนับสนุนอย่างเข้มข้น ซึ่งในเมืิองไทยมีองค์กรอิสระที่มุ่งทำงานเชิงรุกเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนไม่มากนัก ดังนั้นจึงขาดผู้ที่จะเข้ามาเป็นกระบอกเสียงเรียกร้องให้ปรับเปลี่ยนกฎหมายหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในสังคม


เส้นทาง "ปฎิรูป" ความปลอดภัยบนถนน

คำบรรยายภาพ มีการนำดอกไม้มาวางเพื่อแสดงความอาลัยแด่เหยื่ออุบัติเหตุรถตู้โดยสาร ที่จ.ชลบุรี

ด้าน นิกร จำนง ประธานชมรมไทยปลอดภัย และอดีตประธานกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนน สปท. กล่าวกับบีบีซีไทยว่า การแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในไทยต้องทำเป็นระบบ โดยในภาวะเร่งด่วน เช่น การแก้ปัญหาในช่วงเทศกาลที่กำลังจะมาถึงจะต้องตั้งเป้าลดยอดผู้เสียชีวิตเป็นตัวเลขที่จับต้องได้ และให้ผู้ว่าราชการในแต่ละจังหวัดกำหนดเป้าหมายที่สอดคล้องกับส่วนกลาง โดยสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นิกร ระบุว่า แนวทางในระยะกลาง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 5 ปี คือการปรับปรุงกลไกที่ทำให้เกิดระบบการขนส่งทางถนนที่ปลอดภัย ทั้งเรื่องของสภาพท้องถนน หรือปฎิรูปกฎหมายว่าการขนส่งสาธารณะ ขณะที่แผนระยะยาว 20 ปี ควรจะไปมุ่งเน้นไปที่ระบบการศึกษาให้มีการเรียนการสอนตั้งแต่เด็กไปจนถึงการรณรงค์ในสังคม และมีการจัดตั้งศาลจราจร และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางถนนด้วย

Image copyright AFP

นิกร ซึ่งเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่รับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน ระบุว่า คณะทำงานได้จัดทำรายงานและข้อเสนอแนะเรื่องดังกล่าวส่งไปยังรัฐบาลแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่ถูกนำมาปรับใช้ และมองว่าอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ก็อาจทำให้รัฐบาลกลับมาพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง ซึ่งตนเองก็จะนำแผนปฎิรูปดังกล่าวเข้าหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้วย โดยเชื่อว่าหากรัฐบาลมีความตั้งใจจริง ตัวเลขผู้เสียชีวิตจำนวนมากในช่วงเทศกาลหรือรายปีจะไม่ใช่เรื่องปกติในสังคมไทยอีกต่อไป

''คือว่าระบบความปลอดภัยทางถนนถ้าเราจะแก้ปัญหาต้องแก้ทั้งระบบ แก้ทุกตัวพร้อมกันหมด ไม่ใช่ไปจับรถตู้อย่างเดียวแต่ทุกมิติ การให้ความรู้ การบังคับใช้กฎหมาย การดูแลเรื่องถนน เรื่องยานพาหนะที่มีปลอดภัย ถ้าเราแก้ไปทางเดียวมันไม่รอด เพราะตัวอื่นมันยังอันตราย'' นิกร กล่าว