ยูเซน โบลต์ ต้องคืนเหรียญทองโอลิมปิก 1 ใน 9 เหรียญที่ครองอยู่

Usain Bolt Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ยูเซน โบลต์ (ที่ 2 จากขวา) ต้องคืนเหรียญทองวิ่งผลัด 4x100 จากมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อปี 2008 หลังมีการตรวจพบว่า เนสตา คาร์เตอร์ (ที่ 2 จากซ้าย) เพื่อนร่วมทีม ใช้สารกระตุ้นต้องห้าม

ยูเซน โบลต์ นักวิ่งลมกรดชาวจาเมกา เจ้าของสถิติครองเหรียญทองโอลิมปิกวิ่ง 100 เมตร 200 เมตร และวิ่งผลัด 4x100 เมตร ได้ครบสามสมัยซ้อน ต้องคืนเหรียญทองโอลิมปิก 1 ใน 9 เหรียญ หลังมีการตรวจพบว่า เนสตา คาร์เตอร์ เพื่อนร่วมทีมวิ่งผลัดใช้สารกระตุ้นต้องห้าม

เหตุที่โบลต์ต้องส่งคืนเหรียญทองดังกล่าว เนื่องมาจากการแข่งขันวิ่งผลัด 4x100 เมตร ที่มหกรรมกีฬาโอลิมปิกกรุงปักกิ่ง เมื่อปี 2008 ซึ่งในครั้งนั้นคาร์เตอร์ได้ลงแข่งด้วย แต่ผลการตรวจสารกระตุ้นในขณะนั้นไม่พบว่ามีความผิดปกติแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) มีมติให้ตรวจหาสารกระตุ้นจาก 454 ตัวอย่างที่เก็บจากการแข่งขันครั้งดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่งรวมถึงของคาร์เตอร์ด้วย ทำให้ตรวจพบการใช้สารกระตุ้น Methylhexaneamine ซึ่งอยู่ในบัญชีรายชื่อสารต้องห้ามขององค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นโลก (WADA) มาตั้งแต่ปี 2004

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เนสตา คาร์เตอร์ ได้รับคำเตือนว่าตรวจพบสารกระตุ้นต้องห้ามเมื่อปีที่แล้วก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ริโอ เด จาเนโร

ด้านประธานสมาคมบริหารการกรีฑาของจาเมการะบุว่า เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าทีมวิ่งผลัด 4x100 เมตรทั้งทีมจะต้องถูกลงโทษไปพร้อมกับคาร์เตอร์ด้วย ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ก็จะมีการปรับให้ทีมที่ได้เหรียญระดับรองลงมาในการแข่งขันครั้งนั้น ได้รับเหรียญรางวัลระดับสูงขึ้น โดยทีมวิ่งผลัดจากตรินิแดดและโทเบโก จะได้รับเหรียญทองแทนทีมจาเมกา ตามมาด้วยทีมนักวิ่งญี่ปุ่น และบราซิล ซึ่งจะได้รับเหรียญเงินและทองแดงตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม สารกระตุ้น Methylhexaneamine ได้รับการจัดประเภทใหม่เมื่อปี 2011 ให้เป็นสารที่มีแนวโน้มเชื่อได้ว่านักกีฬาจะใช้โดยไม่มีเจตนาให้เป็นสารกระตุ้น โดยสารนี้เคยมีการใช้เป็นส่วนผสมของยาแก้คัดจมูกในสหรัฐฯมาก่อนและปัจจุบันยังเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหลายชนิด