ทรัมป์หนุนทรมานนักโทษก่อการร้าย ทั้งลงนามสั่งสร้างกำแพงกั้นพรมแดนแล้ว

Donald Trump Image copyright Chip Somodevilla/Pool via Bloomberg
คำบรรยายภาพ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งให้เดินหน้าสร้างกำแพงกั้นพรมแดนที่ติดกับเม็กซิโกแล้ว

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวสนับสนุนการทรมานนักโทษก่อการร้ายว่าเป็นวิธีที่ได้ผล ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เอบีซี โดยเขากล่าวย้ำว่าสหรัฐฯต้อง "ใช้ไฟสู้กับไฟ"

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า เขาสนับสนุนการใช้วิธีทรมาน เพื่อต้องการให้ประเทศชาติอยู่รอดปลอดภัย เพราะในขณะที่กลุ่มสุดโต่งยิงสังหารและตัดศีรษะผู้คนในตะวันออกกลาง รวมทั้งกระทำโหดร้ายทารุณวิธีต่าง ๆ ชนิดที่ไม่มีใครเคยได้ยินกันมาก่อนนับแต่ยุคกลาง เขาไม่เห็นว่าการทรมานเช่นวิธีใช้น้ำราดที่ใบหน้าจนหายใจไม่ออก (Waterboarding) จะเป็นเรื่องรุนแรงเกินไปตรงไหน

นายทรัมป์ยังระบุว่า เขาได้ปรึกษากับเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองระดับสูงมาแล้วหลายคน ซึ่งต่างก็ยืนยันว่าการทรมานนั้นเป็นวิธีที่ได้ผลอย่างแน่นอน และตัวเขาเองก็เชื่อเช่นนั้น โดยหลังจากนี้เขาจะหารือกับผู้อำนวยการซีไอเอและรัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่เรื่องการนำวิธีการทรมานกลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งหากหลายฝ่ายไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร แต่หากทุกคนเห็นพ้องเขาก็จะเดินหน้านโยบายนี้ให้ถึงที่สุด

ส่วนความคืบหน้าเรื่องมาตรการคุมเข้มในการตรวจคนเข้าเมือง ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งให้จัดสร้างกำแพงกั้นแนวพรมแดนที่ติดต่อกับเม็กซิโกแล้ว โดยพิธีลงนามจัดขึ้นที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ซึ่งเนื้อหาของคำสั่งยังรวมถึงการตัดเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลางแก่เมืองหลายแห่งที่มีจำนวนคนเข้าเมืองผิดกฎหมายอยู่มาก และให้มีการจ้างงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง 10,000 คน เข้าเสริมกำลังในการตระเวนตรวจตราตามแนวพรมแดนนี้ด้วย

นายทรัมป์กล่าวว่า "ชาติที่ไม่มีพรมแดนนั้นไม่ถือว่าเป็นชาติ นับแต่วันนี้ไป สหรัฐอเมริกาได้ความสามารถในการควบคุมพรมแดนของตนเองกลับคืนมาแล้ว" อย่างไรก็ตาม งบประมาณในการสร้างกำแพงกั้นพรมแดนซึ่งคาดว่าจะเป็นจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯนั้น จะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาเสียก่อน ซึ่งนายทรัมป์กล่าวว่า จะให้เม็กซิโกจ่ายคืนเงินค่าก่อสร้างเต็มจำนวนในภายหลัง

ในเร็ว ๆ นี้ คาดว่านายทรัมป์จะลงนามในคำสั่งระงับการออกวีซ่าแก่ 7 ชาติที่เป็นภัยต่อสหรัฐฯในแอฟริกาและตะวันออกกลาง ซึ่งคาดว่าได้แก่ ซีเรีย อิรัก อิหร่าน ลิเบีย ซูดาน โซมาเลีย และเยเมน และจะสั่งระงับโครงการช่วยเหลือผู้อพยพจากซีเรียไปโดยไม่มีกำหนด