นายกฯ อังกฤษเยือนตุรกี เล็งหารือเรื่องการค้า

Image copyright PA

นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เดินทางถึงเมืองหลวงตุรกี หลังเสร็จสิ้นการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ และมีกำหนดจะพบหารือกับประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ผู้นำตุรกี ถึงข้อตกลงการค้าหลังจากที่สหราชอาณาจักรถอนตัวจากสหภาพยุโรปแล้ว

สำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษ แถลงว่า นางเมย์และนายแอร์โดอันจะหารือในประเด็นความสัมพันธ์ทางการค้ารูปแบบใหม่ และกลยุทธ์ในความร่วมมือด้านความมั่นคง

การเยือนตุรกีครั้งนี้ มีขึ้นขณะเดียวกับที่นายเดวิด เดวิส คาดการณ์ว่าการเดินสายเจรจาการค้าระหว่างประเทศทั้งหมด จะได้ข้อสรุปภายใน 12 ถึง 24 เดือน เพื่อให้ใช้ได้ทันเวลาที่สหราชอาณาจักรจะออกจากอียู ซึ่งทางรัฐบาลมีกำหนดจะเริ่มกระบวนการถอนตัวจากสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ โดยจะดำเนินการตามมาตรตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน ภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้

Image copyright PA

บทวิเคราะห์ โดย โจนาธาน มาร์คัส ผู้สื่อข่าวด้านกลาโหมและการทูตของบีบีซี

ทั้งรัฐบาลตุรกีและสหราชอาณาจักร กำลังอยู่ในสถานะที่ต่างก็ต้องการเพื่อน ซึ่งหลายฝ่ายเกรงว่าตุรกี ที่เป็นพันมิตรสำคัญของนาโต กำลังเข้าสู่การปกครองแบบเผด็จการภายใต้ประธานาธิบดีแอร์โดอัน ที่กำลังพยายามจำกัดเสียงคัดค้านและเสรีภาพสื่อ และผลักดันประเทศให้ออกห่างจากโอกาสการเข้าเป็นสมาชิกอียู ขณะเดียวกัน ก็ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากรัฐบาลของประเทศในยุโรป

Image copyright Getty Images

ด้านนายกฯ เมย์ เดินทางไปตุรกีเพื่อส่งเสริมความเป็นสากลของสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นนโยบายที่ตามมาหลังประชามติเบร็กสิ โดยสหราชอาณาจักรมีความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงที่แน่นแฟ้นกับตุรกี ซึ่งเป็นพันธมิตรในการต่อสู้กับกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) อยู่แล้ว และเธอกำลังแสวงหาความเข้าใจเบื้องต้นในการค้าแบบทวิภาคี ซึ่งนางเมย์จะต้องแสดงให้ผู้ที่วิจารณ์เธอเห็นว่า การเน้นให้ความสำคัญการการค้าระหว่างประเทศ ไม่ได้มาพร้อมกับการละทิ้งค่านิยมเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชน

การเยือนตุรกีครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรีอังกฤษของนางเมย์ มีขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีแอร์โดอัน กำลังเพิ่มแรงกดดันหลังจากฝ่ายตรงข้ามล้มเหลวในความพยายามก่อรัฐประหารเมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 แต่ถ้าถามว่านายกฯ เมย์จะนำประเด็นความกังวลเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนขึ้นมาพูดหรือไม่ ทางโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า 'สหราชอาณาจักรได้พูดไปตั้งแต่หลังเกิดความพยายามก่อรัฐประหารแล้วว่าจะให้การสนับสนุนสถาบัน และประชาธิบไตยของตุรกี'