หลังคำสั่งพิเศษของทรัมป์: คำสั่งศาลช่วยหยุดการเนรเทศชั่วคราวหลังสนามบินในสหรัฐฯ เริ่มกักตัวผู้ลี้ภัย

คนประท้วงที่สนามบิน Image copyright Reuters

ตุลาการสหรัฐฯ ได้ตัดสินเลื่อนการพิจารณาคดี หลังจากสมาพันธ์เพื่อเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน หรือ เอซีแอลยูได้ยื่นฟ้องเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีการดำเนินการหยุดการเนรเทศผู้ได้รับวีซ่าและผู้ลี้ภัยชั่วคราว จากกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ออกคำสั่งจำกัดผู้อพยพและผู้ลี้ภัยจากหลากหลายประเทศมุสลิม

การเลื่อนการพิจารณาดังกล่าวได้ช่วยเหลือ "ผู้ที่ติดค้าง" ไม่ให้ถูกเนรเทศ หลังจากคำสั่งพิเศษถูกบังคับใช้ เอซีแอลยูกล่าว โดยมีการประเมินว่ามีผู้ถูกกักตัวในสนามบินระหว่างเปลี่ยนผ่านการเดินทางอยู่ที่ราว 100-200 คน ซึ่งการตัดสินใจของศาลครั้งนี้ มาจากการประท้วงของประชาชนจำนวนมากตามสนามบินต่างๆ ทั่วสหรัฐฯ หลัง ปธน.ทรัมป์จำกัดการอพยพเข้าเมืองของสหรัฐฯ แม้ผู้อพยพเหล่านั้นจะมีเอกสารอนุญาตการเข้าเมืองถูกต้องตามกฎหมาย รวมไปถึงวีซ่าก็ตาม

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ผู้ประท้วงจำนวนมากได้เดินทางมารวมตัวกันที่สนามบินจอห์น เอฟ เคนเนดี้ แห่งรัฐนิวยอร์ก

ลี เจอเลิร์นท รองผู้อำนวยการด้านกฎหมายแห่งโครงการสิทธิผู้อพยพ เปิดเผยว่า หลายต่อหลายคนต่างหวาดผวาต่อการ "ถูกนำขึ้นเครื่องบินส่งกลับ" เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา "โดยสรุปแล้วเห็นได้ว่า ศาลรับรู้ว่ารัฐบาลฯ กำลังทำอะไรกับเรา ซึ่งคำสั่งดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือระงับคำสั่งของทรัมป์ และทำให้รัฐบาลฯ ไม่สามารถส่งตัวผู้ที่เดินทางเข้ามากลับไป รวมทั้งช่วยผู้ที่ถูกกักตัวทั่วประเทศ" เขากล่าวต่อฝูงชน

ขณะนี้ศาลได้กำหนดวันตัดสินกรณียื่นฟ้องดังกล่าวภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ "นี่เป็นอีกหนึ่งวันที่น่าจดจำ" แอนโธนี โรมีโอ กล่าว

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ที่นครลอสแอนเจลิส ประชาชนเดินทางมารวมตัวกันที่สนามบินเพื่อประท้วงการเนรเทศผู้ลี้ภัย

ผู้อำนวยการบริหารแห่งสมาพันธ์เพื่อเสรีภาพพลเมืองอเมริกันกล่าวว่า "สิ่งที่เราลงแรงทำกันวันนี้แสดงให้เห็นว่าตุลาการสามารถช่วยเหลือเราได้ ความถูกต้องตามหลักกฎหมายเป็นเครื่องมือป้องกันต่อกรกับประชาธิปไตยได้ ซึ่งเมื่อใดที่ปธน. ทรัมป์ออกกฎหมายหรือคำสั่งพิเศษที่ขัดแย้งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ตุลาการจะอยู่ข้างเราเพื่อปกป้องสิทธิของทุกคน"

ก่อนศาลผู้ประท้วงจำนวนมากได้เดินทางมารวมตัวกันที่สนามบินจอหน์ เอฟ เคนเนดี แห่งรัฐนิวยอร์ก เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ลี้ภัย 11 คนที่ถูกกักตัว ณ สนามบินแห่งนี้ โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ได้กล่าวปฏิเสธว่าคำสั่งพิเศษนี้ "ไม่ได้เป็นการห้ามชาวมุสลิม" ซึ่งหลังการออกคำสั่งพิเศษนี้ กลุ่มเรียกร้องสิทธิมนุษยชนมากมายพยายามหาข้อกฎหมายเพื่องัดข้อกับประธานาธิบดีคนใหม่

คำสั่งพิเศษดังกล่าวมีผลระงับวีซ่าการเดินทางเข้าสหรัฐฯ แบบ 90 วันแก่คน 7 สัญชาติ ได้แก่ อิหร่าน อิรัก ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน ซีเรีย และเยเมน ซึ่งสำหรับแผนการดำเนินการอนุญาตคนเข้าเมืองฉบับสมบูรณ์ที่จะมีผลบังคับใช้กับพลเมืองในอีกหลายประเทศนั้น ยังอยู่ในระยะรอผลบังคับใช้ภายใน 120 วัน

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งจำกัดคนเข้าเมืองเมื่อวันที่ 28 มกราคม

"คำสั่งมีผลบังคับใช้แล้วอย่างเป็นไปด้วยดี ที่สนามบินก็เริ่มแล้ว มันจะมีผลบังคับใช้ไปทั้งประเทศ" ปธน.ทรัมป์แถลงต่อนักข่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ณ ห้องทำงานรูปไข่ ที่ซึ่งเขาใช้ทำการลงนามในคำสั่งพิเศษอื่นๆ เพื่อการล็อบบี้และจัดการปัญหารัฐอิสลามที่ดูเหมือนจะเป็นปัญหาอยู่

"เราจะดำเนินการแบนอย่างหนักและหน่วง และเราจะดำเนินการตรวจสอบอย่างเต็มที่ ซึ่งอันที่จริงเราควรดำเนินการแบบนี้ในประเทศมาตั้งหลายปีแล้ว" ทรัมป์กล่าว