ช่วยผู้ป่วยอัมพาตทั้งตัวสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์ได้สำเร็จแล้ว

Patient W Image copyright WYSS CENTER
คำบรรยายภาพ "ผู้ป่วย W" หนึ่งในผู้ป่วยอัมพาตทั้งตัวจากโรคเอแอลเอสที่เข้าร่วมการทดลอง

ศูนย์วิจัยในสวิตเซอร์แลนด์พัฒนาเครื่องมือช่วยผู้ป่วยอัมพาตทั้งตัวให้สื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์ได้สำเร็จแล้ว โดยใช้เทคนิคการอ่านสีเลือดในสมอง

ศูนย์วิจัยวิสส์เพื่อวิศวกรรมชีวะและประสาท (Wyss Center for Bio and Neuroengineering) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แถลงถึงความสำเร็จในการพัฒนาอุปกรณ์ช่วยให้ผู้ป่วยอัมพาตทั้งตัวที่ไม่อาจเคลื่อนไหวร่างกายส่วนใด ๆ ได้เลย ให้สามารถสื่อสารผ่านการถามตอบง่าย ๆ ได้เป็นผลสำเร็จแล้ว

มีการเผยแพร่ผลการทดลองใช้งานอุปกรณ์นี้กับผู้ป่วย 4 ราย ในวารสาร PLOS Biology โดยผู้ป่วยทั้งหมดเป็นอัมพาตทั้งตัวเนื่องจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส (Amyotrophic Lateral Sclerosis ) ซึ่งเป็นโรคที่เซลล์ประสาทสั่งการควบคุมกล้ามเนื้อเสื่อม จนทำให้สมองสูญเสียการควบคุมร่างกายไปทั้งหมด แม้แต่จะกะพริบตาก็ไม่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยยังคงรู้สึกตัวและใช้ความคิดได้อยู่ แต่ไม่สามารถสื่อสารออกมาได้ ซึ่งเท่ากับว่าถูกขังอยู่ในร่างกายที่เป็นอัมพาตของตนเอง

คณะนักวิจัยได้พัฒนาเครื่องมือรูปแบบใหม่ โดยใช้แสงย่านใกล้อินฟาเรดอ่านสีของเลือดในสมองที่จะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อผู้ป่วยตอบคำถามในใจ โดยมีข้อแม้ว่าต้องเป็นคำถามที่ผู้ป่วยสามารถตอบในรูปแบบง่าย ๆ ได้ว่าใช่หรือไม่ใช่เท่านั้น

หลักการนี้มาจากการที่สัญญาณประสาทจะส่งผลต่อระดับอ็อกซิเจนในเลือดแตกต่างกันไป ซึ่งระดับอ็อกซิเจนจะเปลี่ยนสีของเลือดในสมองไปในทิศทางที่สอดคล้องกับคำตอบของผู้ป่วย ซึ่งคอมพิวเตอร์จะอ่านตีความสีเลือดที่เห็นออกมาเป็นคำตอบที่ชัดเจนอีกครั้ง

เครื่องมือสื่อสารสำหรับผู้ป่วยอัมพาตทั้งตัวนี้ ปัจจุบันมีความแม่นยำอยู่ที่ราว 75% ซึ่งหมายความว่าต้องมีการถามย้ำให้ผู้ป่วยตอบหลาย ๆ ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ เช่นในการทดลองครั้งหนึ่ง บุตรสาวของผู้ป่วยได้ขออนุญาตแต่งงานกับแฟนหนุ่ม แต่คำตอบที่ได้คือผู้ป่วยไม่อนุญาตถึง 8 ครั้ง จากการถามย้ำทั้งหมด 10 ครั้ง ซึ่งถือว่าสามารถสื่อสารความคิดในใจของผู้ป่วยออกมาได้ระดับหนึ่ง แม้จะไม่สามารถทราบถึงเหตุผลที่ผู้ป่วยคนนี้ไม่อนุญาตได้ก็ตาม

ศาสตราจารย์ อุจวาล ชาวด์ฮารี หนึ่งในคณะวิจัยบอกว่า เครื่องมือนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอัมพาตทั้งตัวให้สามารถสื่อสารกับโลกภายนอกได้พอสมควร แต่จุดประสงค์หลักแล้วต้องการใช้เครื่องมือนี้เพื่อสอบถามอาการของผู้ป่วยและสื่อสารข้อมูลสำคัญในชีวิตประจำวัน เช่นผู้ป่วยต้องการให้ญาติมาพบหรือไม่ เป็นต้น