ชี้ตำรวจฟิลิปปินส์วางแผนฆ่าตัดตอนในสงครามยาเสพติดอย่างเป็นระบบ

เด็กร้องไห้ Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ มีผู้ถูกสังหารไปแล้วกว่า 7,000 ราย นับแต่ประธานาธิบดีดูแตร์เต เริ่มทำสงครามปราบปรามยาเสพเมื่อเดือน ก.ค.ปีที่แล้ว

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยรายงานที่กล่าวหาว่า ตำรวจฟิลิปปินส์มีการวางแผนวิสามัญฆาตกรรมผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดอย่างเป็นระบบ พร้อมชี้ว่า การกระทำเหล่านี้อาจเข่าข่าย "อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ"

รายงานที่แอมเนสตี้ฯ เผยแพร่ออกมาเป็นการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องกับการวิสามัญฆาตกรรมผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด อาทิ ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้เสพยา ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐ องค์กรภาคประชาสังคม และองค์กรด้านศาสนา จำนวน 110 คน พบว่า ผู้ถูกวิสามัญฆาตกรรมส่วนใหญ่เป็นคนจน และอยู่ในบัญชีดำที่จัดทำขึ้นโดยเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งนำไปแบ่งบันให้แก่ตำรวจ

รายงานระบุว่า บัญชีรายชื่อดังกล่าว "มีปัญหาอย่างยิ่ง" เพราะรายชื่อในบัญชีอาจมาจากข่าวลือ หรือคำใส่ร้ายป้ายสี โดยที่ไม่มีการตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบ โดยแอมเนสตี้ฯ แสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อการสังหารผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด โดยพบหลักฐานว่า เจ้าหน้าที่เตรียมหลักฐานและรายงานปลอมเพื่อปกปิดการกระทำผิดของตน

Image copyright TED ALJIBE/AFP/Getty Images

นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่ามีการใช้เงินรางวัลล่อใจตำรวจให้สังหารผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด โดยตำรวจนายหนึ่งเผยว่า ได้รับเงินใต้โต๊ะในการสังหารผู้ต้องสงสัยแต่ละราย รวมทั้งยังได้เงินจากบริษัทที่รับจ้างจัดงานศพบางแห่งด้วย

เนื้อหาตอนหนึ่งของรายงานระบุว่า "ตำรวจมักบุกพังประตูเข้าไปตอนกลางดึก แล้วสังหารผู้ต้องสงสัยเสพหรือค้ายาเสพติดที่ไม่มีอาวุธอย่างเลือดเย็น" และในบางรายพยานผู้เห็นเหตุการณ์เผยกับแอมเนสตี้ฯ ว่า แม้ผู้ต้องสงสัยจะร้องตะโกนขอมอบตัว และคุกเข่ายอมให้ตำรวจจับโดยดีแต่พวกเขาก็ยังถูกยิงเสียชีวิต

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ผู้นำฟิลิปปินส์ยอมรับ "ตำรวจคดโกงจนถึงแก่น"

มีรายงานว่า มีผู้ถูกสังหารไปแล้วกว่า 7,000 ราย นับแต่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต เริ่มทำสงครามปราบปรามยาเสพเมื่อเดือน ก.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาผู้นำฟิลิปปินส์ได้กล่าวปกป้องการดำเนินนโยบายนี้ พร้อมชี้ว่า ตำรวจมีอำนาจใช้อาวุธปืนยิงก็ต่อเมื่อถูกคุกคามจากผู้ต้องสงสัยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (30 ม.ค.) นายดูแตร์เต ได้ประกาศพักทำสงครามยาเสพติด และจะกวาดล้างวงการตำรวจให้ใสสะอาด หลังจากตำรวจปราบปรามยาเสพติดก่อเหตุสังหารนักธุรกิจชาวเกาหลีใต้ และเรียกค่าไถ่จากครอบครัวของผู้ตาย