ชาวโรมาเนียประท้วงใหญ่หลัง รบ.อภัยโทษคดีทุจริต

romania Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ชาวโรมาเนียออกมาเดินขบวนบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลในกรุงบูดาเปสต์เมืองหลวงของประเทศ

ชาวโรมาเนียกว่า 150,000 คน ออกมาชุมนุมครั้งประวัติศาสตร์ในกรุงบูคาเรสต์เพื่อประท้วงการออกกฤษฎีกาอภัยโทษของรัฐบาล ที่ทำให้พรรคพวกตัวเองที่ถูกดำเนินคดีทุจริตได้รับประโยชน์

กรุงบูคาเรสต์ เมืองหลวงของประเทศโรมาเนีย ต้องเผชิญกับการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังจากรัฐบาลได้ออกกฤษฎีกาอภัยโทษ ที่อาจทำให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นได้รับการปล่อยตัวออกจากคุก

ค่ำวานนี้ (1 ก.พ. 2560) กลุ่มผู้ชุมนุมราว 150,000 คนได้นัดรวมตัวกันบริเวณภายนอกทำเนียบรัฐบาล ก่อนจะมีการเดินขบวนไปยังพื้นที่ต่างๆ ของเมือง โดยผู้ชุมนุมบางส่วนได้โยนประทัดและระเบิดควันเข้าใส่ตำรวจที่ตอบโต้กลับมาด้วยการยิงแก๊สน้ำตา

รัฐบาลฝ่ายซ้ายของนายกรัฐมนตรีซอริน กรินเดียนูจากพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (พีเอสดี) อ้างว่า เหตุที่ต้องมีการออกกฤษฎีกาฉบับนี้ ก็เพื่อลดความหนาแน่นของนักโทษที่อยู่ในคุก แต่นักวิจารณ์ระบุว่า เป็นความพยายามของนายกรินเดียนูที่จะปล่อยพันธมิตรซึ่งถูกตั้งข้อกล่าวหาในคดีคอร์รัปชั่นมากกว่า

สหภาพยุโรป ระบุว่า การกระทำของรัฐบาลโรมาเนียทำให้ความพยายามในการต่อต้านการคอร์รัปชั่นต้อง "เดินถอยหลัง"

ผู้ชุมนุมประท้วงในกรุงบูคาเรสต์ ส่งเสียงตะโกนเรียกร้องให้นายกฯ โรมาเนียลาออก สลับกับคำว่า "หัวขโมย"

นางสาวกาเบรียลล่า คอนสแตนติน วิศวกรที่มาร่วมชุมนุมประท้วงด้วยระบุว่า "แม้โอกาสที่การประท้วงครั้งนี้จะประสบความสำเร็จจะค่อนข้างน้อย แต่การลุกขึ้นมาต่อสู้ก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ"

กฤษฎีกาอภัยโทษดังกล่าวได้ลดโทษให้กับนักโทษที่กระทำผิดหลายๆ ข้อหา โดยเฉพาะข้อหาการใช้อำนาจโดยมิชอบ ซึ่งจะถูกจำคุกได้ก็ต่อเมื่อความเสียหายจากการกระทำผิดมีมูลค่ามากกว่า 44,000 ยูโร (ราว 1.67 ล้านบาท) เท่านั้น และหนึ่งในผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากกฤษฎีกานี้ก็คือ นายลิวิยู ดรักเนีย แกนนำของพรรคพีเอสดี ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงเงินของรัฐ เป็นมูลค่า 24,000 ยูโร (ราว 9 แสนบาท)