ศาลระงับคำสั่งแบนคนมุสลิมเข้าสหรัฐของทรัมป์ แล้ว

แบนคนมุสลิม Image copyright Spencer Platt/Getty Images
คำบรรยายภาพ ชายชาวเยเมนมาร่วมประท้วงคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในนครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา

ผู้พิพากษาแห่งนครซีแอตเทิลของสหรัฐฯ สั่งระงับคำสั่งห้ามพลเมืองจาก 7 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นการชั่วคราวแล้ว โดยมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ ขณะที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เตรียมเดินเรื่องเพื่อเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว

ผู้พิพากษา เจมส์ โรบาร์ท แห่งนครซีแอตเทิล มีคำวินิจฉัยไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวอ้างของทนายความประจำรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ระบุว่า ทางการรัฐต่าง ๆ ไม่มีอำนาจในการโต้แย้งคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีได้ หลังจากที่อัยการสูงสุดของรัฐวอชิงตันและมินเนโซตายื่นฟ้องร้องต่อศาล โดยระบุว่าคำสั่งประธานาธิบดีสหรัฐฯดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย และไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็นการกีดกันพลเมืองด้วยเหตุแห่งการนับถือศาสนา

มีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้แจ้งกับสายการบินของสหรัฐฯ ว่าสามารถให้บริการนักท่องเที่ยวจากประเทศที่ถูกแบนได้แล้ว ในขณะเรื่องที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาคดี อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถที่จะยับยั้งคำพิพากษาดังกล่าวได้หากได้รับอนุญาตให้มีการออกคำสั่งพิเศษ ขณะที่กระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่าจะดำเนินการเพื่อเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวของนายโรบาร์ทด้วย

Image copyright AP
คำบรรยายภาพ คำสั่งดังกล่าวส่งผลให้เกิดการประท้วงและความวุ่นวายที่สนามบินหลายแห่งทั่วสหรัฐ และมีการระงับการอนุมัติวีซ่าไปแล้ว กว่า 6 หมื่นฉบับ

นายเดวิด วิลลิส ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระบุว่า คำสั่งดังกล่าวถือเป็นการท้าทายคณะรัฐมนตรีของนายทรัมป์ครั้งสำคัญ ซึ่งจะทำให้ประชาชนจาก 7 ประเทศมุสลิม สามารถยื่นขอวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าสหรัฐได้อีกครั้ง อย่างไรก็ดี รัฐบาลยังสามารถดำเนินการเพื่อเพิกถอนคำสั่งนี้ได้

ขณะนี้ศาลไม่ต่ำกว่า 4 รัฐกำลังพิจารณาการฟ้องร้องคำสั่งดังกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยอัยการสูงสุดในหลายรัฐต่างระบุว่าคำสั่งไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งก่อนหน้านี้ ศาลได้มีคำสั่งระงับการส่งตัวกลับประเทศของผู้ถือวีซ่าหลายราย แต่คำพิพากษาของนายโรบาร์ทนับเป็นครั้งแรกที่ให้มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ เคยกล่าวถึงคำสั่งฉบับนี้ว่า เป็นไปเพื่อป้องกันประเทศ โดยการอนุมัติวีซ่าจะมีขึ้นหลังจากรัฐบาลของตนวางนโยบายที่มีความปลอดภัยเสร็จสิ้นแล้ว และยืนยันว่าคำสั่งไม่ได้เป็นการกีดกันคนมุสลิม

ทั้งนี้ คำสั่งของประธาธิบดีทรัมป์ได้สั่งห้ามพลเมืองจาก 7 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ รวมถึงระงับโครงการผู้ลี้ภัยเป็นเวลา 120 วัน และสั่งห้ามรับผู้ลี้ภัยจากซีเรียไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ซึ่งการประกาศคำสั่งดังกล่าวทำให้เกิดการประท้วงที่สนามบินหลายแห่งทั่วสหรัฐ และส่งผลให้มีการระงับอนุมัติวีซ่าไปแล้ว กว่า 6 หมื่นราย