ทรัมป์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลระงับการแบนคนมุสลิมเข้าสหรัฐฯ แล้ว

โดนัลด์ ทรัมป์ Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาประท้วงต่อต้านคำพิพากษาของศาล ซึ่งสั่งระงับคำสั่งห้ามพลเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐ

กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลรัฐบาลกลางในรัฐวอชิงตัน ซึ่งสั่งระงับคำสั่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการห้ามพลเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐ เป็นการชั่วคราวแล้ว

ทั้งนี้ ในเอกสารของกระทรวงยุติธรรมที่ยื่นต่อศาลอุทธรณ์ ระบุให้มีการออกคำสั่งเร่งด่วนเพื่อรื้อฟื้นคำสั่งประธานาธิบดีดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ เชื่อว่ามีเป้าหมายเพื่อปกป้องประเทศ โดยในเอกสารนี้ยังระบุชื่อนายทรัมป์ ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายจอห์น เคลลี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และ นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เป็นผู้อุทธรณ์ด้วย

ก่อนหน้านี้ ผู้พิพากษาเจมส์ โรบาร์ต ของศาลรัฐบาลกลางในนครซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน ได้พิพากษาระงับอำนาจพิเศษของประธานาธิบดี เป็นการชั่วคราว โดยมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากที่อัยการสูงสุดประจำรัฐวอชิงตันและมินเนโซตายื่นฟ้องร้องต่อศาล โดยชี้ว่าคำสั่งดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย และไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ สำหรับคำสั่งของประธาธิบดีทรัมป์ ทำให้เกิดการประท้วงในหลายพื้นที่ของสหรัฐ

หลังจากที่มีคำตัดสินดังกล่าว นายทรัมป์ทวีตข้อความระบุถึงผู้พิพากษาโรบาร์ตว่า "ผู้พิพากษาคนดังกล่าว" ซึ่งมีความคิดเห็นที่ "น่าขบขัน" ได้ถอดถอนการบังคับใช้กฎหมายไปจากสหรัฐฯ โดยตนเองจะรื้อฟื้นคำสั่งขึ้นใหม่ ทั้งนี้ มีรายงานว่าสายการบินแอร์ฟรานซ์ และกาตาร์แอร์เวยส์เริ่มอนุญาตให้พลเมืองของประเทศที่อยู่ในคำสั่งห้ามเข้าสหรัฐฯ สามารถขึ้นเครื่องบินเดินทางไปยังสหรัฐฯ ได้แล้ว

สำหรับคำสั่งของประธาธิบดีทรัมป์นั้น ได้สั่งห้ามพลเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐฯ รวมถึงระงับโครงการผู้ลี้ภัยเป็นเวลา 120 วัน และสั่งห้ามรับผู้ลี้ภัยจากซีเรียไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ซึ่งการประกาศคำสั่งดังกล่าวทำให้เกิดการประท้วงที่สนามบินหลายแห่งทั่วสหรัฐ และส่งผลให้มีการระงับอนุมัติวีซ่าไปแล้ว กว่า 6 หมื่นราย