ชาวโรมาเนียหลายแสนชุมนุมต่อ แม้รัฐบาลถอนกฤษฎีกาลดโทษคอร์รัปชันแล้ว

บูคาเรสต์ Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้ประท้วงที่กรุงบูคาเรสต์ต่างชูไฟฉายและเปิดแสงจากโทรศัพท์มือถือในระหว่างการชุมนุมโดยพร้อมเพรียงกัน

ชาวโรมาเนียราว 500,000 คนทั่วประเทศ ยังคงปักหลักชุมนุมประท้วงรัฐบาลต่อเป็นวันที่หก แม้ทางการจะได้เพิกถอนกฤษฎีกาลดโทษนักการเมืองในคดีคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นชนวนสร้างความไม่พอใจแก่ประชาชนในครั้งนี้ไปแล้วก็ตาม

ที่กรุงบูคาเรสต์ ประชาชนนับแสนยังคงชุมนุมกันที่จัตุรัสแห่งชัยชนะ (Victory Square) แม้ในเวลากลางคืน โดยผู้ประท้วงหลายคนได้ปราศรัยแสดงความกังวลและไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งกำลังจะออกกฎหมายต่อต้านการคอร์รัปชันฉบับใหม่ผ่านรัฐสภาแทนกฤษฎีกาที่เพิ่งเพิกถอนไป โดยห่วงว่ากฎหมายฉบับใหม่จะยังคงมีเนื้อหาเช่นเดียวกับในกฤษฎีกา

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีโซริน กรินเดียนู ของโรมาเนีย ได้ยอมเพิกถอนกฤษฎีกาลดโทษนักการเมืองในคดีการใช้อำนาจโดยมิชอบ โดยกฤษฎีกานี้ระบุให้ผู้ที่ฉ้อโกงหรือรับสินบนเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 44,000 ยูโร (ราว 1.67 ล้านบาท) ไม่ต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งจะทำให้นายลิวิยู ดรักเนีย แกนนำพรรคพีเอสดีและพันธมิตรของนายกรินเดียนูพ้นโทษจำคุกในทันที

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ประชาชนจำนวนมากเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีกรินเดียนูลาออก

อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะเพิกถอนกฤษฎีกาที่เป็นปัญหาแล้วก็ตาม ยังคงมีเสียงเรียกร้องจากประชาชนจำนวนมากให้นายกรัฐมนตรีกรินเดียนูลาออก โดยผู้ประท้วงในกรุงบูคาเรสต์พากันฉายแสงไฟจากโทรศัพท์มือถือ และฉายแสงเลเซอร์ลงบนตัวอาคารทำเนียบนายกรัฐมนตรีเป็นข้อความว่า "อย่ายอมแพ้" และ "ลาออก"

การชุมนุมของประชาชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เป็นการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดของโรมาเนีย นับแต่ระบอบคอมมิวนิสต์ล่มสลายไปเมื่อปี 1989