ก.ยุติธรรมสหรัฐฯยื่นอุทธรณ์ ขอฟื้นคำสั่งห้ามเข้าประเทศอีกครั้ง

ชาวเยเมนซึ่งเดิมถูกสั่งห้ามเข้าสหรัฐฯ เริ่มเดินทางเข้ามากันอีกครั้งแล้ว Image copyright EUROPEAN PHOTOPRESS AGENCY
คำบรรยายภาพ ชาวเยเมนซึ่งเดิมถูกสั่งห้ามเข้าสหรัฐฯ เริ่มเดินทางเข้ามากันอีกครั้งแล้ว

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา ได้ยื่นคำร้องและข้อมูลสนับสนุนต่อศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางในนครซานฟรานซิสโก เพื่อขอให้นำคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ห้ามพลเมือง 7 ชาติมุสลิมเดินทางเข้าประเทศกลับมาบังคับใช้อีกครั้ง

เนื้อหาหลักของคำร้องความยาว 15 หน้ากระดาษ ยืนยันว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจของประธานาธิบดีโดยถูกต้องตามกฎหมาย และนายเจมส์ โรบาร์ต ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางประจำนครซีแอตเทิล ซึ่งเป็นผู้วินิจฉัยให้ระงับคำสั่งห้ามเข้าประเทศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้กระทำการผิดพลาด โดยแม้จะมีกรณีผู้ที่สมควรได้รับการยกเว้นให้เข้าประเทศได้อยู่บ้าง แต่การสั่งระงับดำเนินการทั่วทั้งสหรัฐฯนั้นสุดโต่งมากเกินไป

เนื้อหาของคำร้องยังระบุว่า ประธานาธิบดีเป็นผู้เดียวที่มีอำนาจพิจารณาว่าผู้ใดควรจะได้เดินทางเข้ามาหรือได้พำนักอยู่ในสหรัฐฯ ทั้งเป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการตัดสินใจเรื่องความมั่นคงของชาติ

นอกจากนี้ เนื้อหาของคำร้องยังปฏิเสธว่าคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้กีดกันมุสลิมและมีความเป็นกลางทางศาสนา เพราะที่จริงแล้วมุ่งบังคับใช้กับพลเมืองของ 7 ชาติที่เป็นภัยก่อการร้ายต่อสหรัฐฯ มากกว่า โดยคนเหล่านี้ไม่มีสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของสหรัฐฯ แต่อย่างใด หากยังอยู่นอกประเทศ

ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางในนครซานฟรานซิสโก จะรับฟังการไต่สวนเพื่อพิจารณาต่อไปว่าควรนำคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์กลับมาใช้หรือไม่ในวันนี้ (7 ก.พ.) ส่วนทางการรัฐวอชิงตันและรัฐมินนิโซตาได้เข้าร่วมยื่นคัดค้านคำสั่งดังกล่าวต่อศาลด้วยเช่นกัน โดยระบุว่าคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์นั้นขัดรัฐธรรมนูญ และละเมิดเสรีภาพในการนับถือศาสนา