รุมอัดประธานสภาผู้แทนฯ สหราชอาณาจักร หลังวิจารณ์ทรัมป์

สหราชอาณาจักร, สหรัฐฯ, เทเรซ่า เมย์, โดนัลด์ ทรัมป์, จอห์น เบอร์โคว์, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, สุนทรพจน์ Image copyright PA
คำบรรยายภาพ เทเรซ่า เมย์ กล่าวว่า สมเด็จพระราชินีฯ ทรงส่งคำเชิญเยือนสหราชอาณาจักรไปให้โดนัลด์ ทรัมป์

จอห์น เบอร์โคว์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหราชอาณาจักร ถูกเพื่อนสมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟวิจารณ์ หลังออกความเห็นคัดค้านการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาระหว่างเยือนสหราชอาณาจักร

สมาชิกอาวุโสของพรรค ให้ความเห็นกับบีบีซีว่า คำพูดดังกล่าวของนาย เบอร์โคว์ ทำให้เกิดความไม่พอใจมาก โดยมีรายหนึ่งใช้คำว่า "รับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง" และคนอื่น ๆ มองว่าเขาควรจะเป็นกลาง

นายเบอร์โคว์ กล่าวว่า "การต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติและเพศ" เป็น "สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึง" สำหรับสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งคำพูดนี้ นายโจ วิลสัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ กล่าวว่า เปรียบเสมือนการ "ตบหน้า" พรรครีพับลิกันของทรัมป์

ในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎร นายเบอร์โคว์ เป็นหนึ่งใน 3 บุคคลสำคัญ หรือ "ผู้ถือกุญแจ" ในรัฐสภาของสหราชอาณาจักร ซึ่งรวมถึง ลอร์ด โฟว์เลอร์ ประธานสภาขุนนาง และเลขาธิการสำนักพระราชวังประจำเวสต์มินสเตอร์ โดยผู้ที่จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาสหราชอาณาจักรได้ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้ง 3 คนนี้

Image copyright PA
คำบรรยายภาพ นายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในผู้นำต่างชาติที่ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่เวสต์มินสเตอร์ สหราชอาณาจักร

เมื่อเดือนที่แล้ว นายกรัฐมนตรีเทเรซ่า เมย์ กล่าวว่าประธานาธิบดีทรัมป์ ตอบรับคำเชิญ ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เพื่อเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ในการตอบคำถามของสมาชิกสภาผู้แทนฯ เมื่อวันจันทร์ นายเบอร์โคว์ กล่าวว่า เขาคัดค้านการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อทั้งสองสภา ตามอย่างผู้นำนานาชาติ โดยชี้ว่าการได้ขึ้นพูด "ไม่ได้เป็นสิทธิโดยอัตโนมัติ" แต่เป็น "เกียรติที่ควรจะได้มาโดยชอบ"

"ผมรู้สึกอย่างแรงกล้าว่าการที่เราคัดค้านการเหยียดเชื้อชาติและการเหยียดเพศ แต่สนับสนุนความเท่าเทียมตามกฎหมาย และการมีฝ่ายตุลาการที่เป็นอิสระ เป็นสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงในสภาผู้แทนราษฎร" นายเบอร์โคว์ กล่าว

บทวิเคราะห์

โดย เอลานอร์ การ์นีเย่

ผู้สื่อข่าวการเมือง บีบีซี

เรียกได้ว่า คำติเตียนแบบที่ออกมานี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน และยังเป็นการดูแคลนในเชิงการทูตที่หมายความว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ จะไม่ได้รับเชิญให้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาผู้แทนฯ สหราชอาณาจักร

คำพูดของ จอห์น เบอร์โคว์ ได้รับเสียงปรบมือชื่นชม จาก ส.ส. ฝ่ายค้าน แต่ก็ถูกวิจารณ์ว่า เขาละเมิดขอบเขตของตำแหน่งหน้าที่ และพูดในเวลาที่ไม่เหมาะสม เนี่องจากนายกรัฐมนตรีเมย์ กำลังพยายามจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเป็นพิเศษกับรัฐบาลทรัมป์

ส.ส.จากพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ที่เป็นอดีตรัฐมนตรีรายหนึ่ง กล่าววิจารณ์นายเบอร์โคว์ ว่าเขา "น่าจะใกล้ต้องลงจากตำแหน่งแล้ว" ขณะที่อีกคนกล่าวว่า คำพูดของนายเบอร์โคว์ "เกินเลยกว่าที่จะรับได้" ส่วนอีกรายวิจารณ์ว่า เป็นความอับอายของสภาผู้แทนฯ

ด้านคริสพิน บลันท์ ส.ส.จากพรรคคอนเซอร์เวทีฟ และประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ กล่าวว่า นายเบอร์โคว์ จะต้องรับมือกับผลที่จะตามมาจากคำพูดนี้ เนื่องจากประธานสภาผู้แทนราษฎรควรจะอยู่เหนือการเลือกข้าง เช่นเดียวกับ นายนาด์ฮิม ซาฮาวี ส.ส.พรรคคอนเซอร์เวทีฟ ที่แม้จะวิจารณ์คำสั่งจำกัดคนเข้าเมืองของทรัมป์ แต่ก็กล่าวว่า ประธานสภาฯ ควรจะเป็นกลาง และการต้องมาตกอยู่ในสถานะนี้ จะกลายเป็น "ตกที่นั่งลำบาก" เพราะเท่ากับว่า นายเบอร์โคว์ จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยโจมตีได้ว่าเสแสร้ง หลังจากที่ยอมให้ประธานาธิบดีจีน ซึ่งเป็นที่ถกเถียง ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาฯ ได้ ดังนั้นเขาจึงอยากให้นายเบอร์โคว์ชี้แจงจุดยืนของตนต่อ ส.ส.

ส่วน โจ วิลสัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน กล่าวกับรายการนิวส์ทูไนท์ของบีบีซี ว่า "ผิดหวังมาก" กับการแทรกแซงของนายเบอร์โคว์ เพราะ "ในช่วงที่ผ่านมา ถ้ามีประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนไหนที่สนับสนุนสหราชอาณาจักรอย่างมาก ก็ต้องยกให้โดนัลด์ ทรัมป์" นอกจากนี้ เขายังบอกด้วยว่า ทรัมป์ ได้ยืนยันกับนายกรัฐมนตรีเมย์ ว่าจะทำตามพันธกรณีที่มีกับนาโต แสดงความสนใจจะพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร และจะนำรูปปั้นครึ่งตัวของอดีตนายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอร์ชิล กลับมาตั้งในห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ด้วย