มิโซโฟเนีย: พบสาเหตุที่ทำให้บางคนเกรี้ยวโกรธเมื่อได้ยินเสียงจากการกิน

นางสาวโอลานา แทนส์ลี่ย์-แฮนค๊อค มีภาวะ มิโซโฟเนีย Image copyright OLANA TANSLEY-HANCOCK
คำบรรยายภาพ นางสาวโอลานา แทนส์ลี่ย์-แฮนค๊อค มีภาวะ มิโซโฟเนีย

การศึกษาด้วยวิธีตรวจคลื่นสมอง ให้คำอธิบายกับผู้ที่เกิดอาการโมโหเพราะเสียงว่า ภาวะ มิโซโฟเนีย ไม่ใช่แค่ความไม่ชอบเสียง เช่นเสียงเคี้ยว เสียงคนหายใจ หรือเสียงเล็บขูดกับกระดานดำ แต่เป็นผลมาจากพันธุกรรม

นางสาวโอลานา แทนส์ลี่ย์-แฮนค๊อค อายุ 29 ปี จากเคนต์ เล่าว่า "ฉันรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในภาวะอันตราย และอยากจะตอบโต้ออกไปแรงๆ เหมือนเป็นสัญชาตญาณที่ต้องสู้หรือหนี" เธอกล่าวกับบีบีซีว่า แม้แต่เสียงคนเคี้ยวมันฝรั่งทอด หรือเสียงถุงขนม ก็สามารถทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดได้ ซึ่งที่ผ่านมาเธอต้องหลีกเลี่ยงการเข้าโรงภาพยนตร์ และเวลาโดยสารรถไฟ ก็ต้องคอยย้ายตู้โดยสาร นอกจากนี้ ยังเคยถึงขั้นต้องออกจากงาน หลังจากทำได้ 3 เดือน เพราะกลายเป็นโรคตื่นตระหนก หรือไม่ก็เสียเวลาร้องไห้มากกว่าจะได้ทำงาน

ผลการวิจัย ที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ เคอร์เร้นท์ ไบโอโลจี (Current Biology) เก็บข้อมูลจากผู้ป่วยมิโซโฟบิก 20 ราย และผู้ที่ไม่มีภาวะนี้อีก 22 ราย โดยให้กลุ่มตัวอย่างเข้าเครื่องเอ็มอาร์ไอ พร้อมกับฟังเสียงรบกวนต่างๆ คือ:

  • เสียงธรรมชาติ เช่น เสียงฝนตก
  • เสียงที่ฟังแล้วไม่รื่นหู เช่น เสียงคนกรีดร้อง
  • เสียงที่เกิดจากมนุษย์

ข้อมูลที่ได้ ชี้ให้เห็นส่วนการทำงานของสมอง ที่เชื่อมโยงสัมผัสของมนุษย์เข้ากับอารมณ์ หรือที่เรียกว่า แอนเทอเรีย อินซูลาร์ คอร์เท็กซ์ (anterior insular cortex) ซึ่งในผู้ที่มีภาวะ มิโซโฟเนีย จะแสดงปฏิกิริยามากกว่าปกติ และยังเชื่อมโยงกับส่วนอื่นของสมองในลักษณะที่ต่างออกไปด้วย

ดร.สุคห์บินเดอร์ คูมาร์ จากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิ่ล กล่าวกับบีบีซีว่า "ส่วนนี้ของสมองจะทำงานมากผิกปกติเวลาได้ยินเสียงที่ผมเปิด แต่จะทำปฏิกิริยาเฉพาะกับเสียงที่เป็นตัวกระตุ้นเท่านั้น ไม่ใช่อีก 2 เสียง ส่วนปฏิกิริยาตอบโต้ โดยมากจะเป็นอารมณ์โกรธ ไม่ใช่เกลียด อารมณ์หลักคือโกรธ ซึ่งดูเหมือนเป็นปฏิกิริยาปกติ แต่ก็แสดงออกมามากผิกปกติ"

ภาวะนี้ไม่มีวิธีรักษา แต่นางสาวแทนส์ลี่ย์-แฮนค๊อค ได้หาทางรับมือด้วยวิธีง่ายๆ เช่นการใช้ที่อุดหู และเธอต้องคอยระวังการบริโภคคาเฟอีนกับแอลกอฮอล์ ซึ่งจะทำให้ภาวะนี้แย่ลงได้

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมิโซโฟเนีย เป็นภาวะที่เพิ่งพบใหม่ จึงยังไม่ข้อมูลชัดเจนว่า ภาวะผิดปกตินี้พบได้บ่อยแค่ไหน และยังไม่มีวิธีวินิจฉัยทางการแพทย์อย่างชัดเจนด้วย แต่นักวิจัยหวังว่า การศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อแตกต่างของสมองในผู้ที่มีภาวะนี้ จะนำไปสู่การรักษาแบบใหม่ได้

Image copyright Thinkstock
คำบรรยายภาพ แม้แต่เสียงเคี้ยวมันฝรั่งทอดก็อาจทำให้ใครบางคนหงุดหงิดได้

การกระตุ้นไฟฟ้าเฉพาะจุด

หนึ่งในแนวคิดที่คาดว่าอาจช่วยรักษาภาวะนี้ได้ คือการส่งกระแสไฟฟ้าต่ำ เข้าไปกระตุ้นเฉพาะบางจุดเพื่อปรับการทำงานของสมอง ซึ่งศ.ทิม กริฟฟิธ ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา จากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิ่ล และยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ลอนดอน กล่าวว่า "ผมหวังว่าผลการศึกษา จะให้ความมั่นใจกับผู้ที่ต้องประสบภาวะนี้"

ตัวเขาเอง ก็เคยไม่เชื่อเกี่ยวกับภาวะ มิโซโฟเนีย มาก่อน จนกระทั่งได้มาเห็นผู้ป่วย และทำความเข้าใจว่า มีผู้ที่แสดงอาการเหมือน ๆ กันอย่างน่าตกใจ "เรามีหลักฐานที่สามารถนำมากำหนดพื้นฐานของภาวะผิดปกตินี้ได้แล้ว ซึ่งก็คือผู้ที่เป็น มิโซโฟเนีย จะมีกลไลควบคุมการทำงานของสมองที่แตกต่างออกไป"