แก้ปัญหาโดนโกง - ออสซี่ทดลองจำกัดการใช้เครื่องสแกนชำระค่าสินค้า

โคลส์, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ออสเตรเลีย, ระบบบริการตนเอง, ชำระสินค้า, ขโมย, โกง, หลอก, แครอท Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ โคลส์ออกกฎใหม่เรื่องการจ่ายเงินชำระสินค้า หลังจากที่เคยประกาศว่าจะปราบปรามการลักขโมยสินค้าเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้

ซูเปอร์มาร์เก็ต "โคลส์" ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของออสเตรเลีย ออกกฎจำกัดจำนวนสินค้าที่ชำระเงินผ่านระบบบริการตนเอง หรือ self-service checkouts เพื่อลดปริมาณของที่ถูกขโมย

ผลการศึกษาของออสเตรเลียจากปีที่ผ่านมาพบว่า มีผู้ใช้กลโกงผ่านเครื่องรับชำระค่าสินค้าด้วยตนเองในซูเปอร์มาร์เก็ตกันอย่างแพร่หลาย ด้วยการหลอกเครื่องสแกนว่าซื้อแครอทแทนสินค้าอื่นที่มีราคาแพงกว่า ทำให้ร้านโคลส์ ต้องทดลองออกกฎจำกัดจำนวนสินค้าที่สามารถจ่ายผ่านเครื่องรับชำระเงินให้เหลือเพียง 12 ชิ้นหรือน้อยกว่า โดยโคลส์ให้ข้อมูลว่า การจำกัดจำนวนจะช่วยให้ลูกค้าสามารถชำระเงินผ่านเครื่องด้วยตนเองได้เร็วขึ้นด้วย

เมื่อปีที่แล้ว ทางบริษัทโคลส์ประกาศว่าจะหันมาเพ่งเล็งปัญหาการขโมยของผ่านเครื่องรับชำระค่าสินค้า ขณะที่ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์รับปากว่าจะตามจับคนที่ขโมยของทุกชนิด แม้ว่าสินค้าจะมีราคาเพียง 2 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (54 บาท) ก็ตาม

โฆษกของทางบริษัทฯ ให้ข้อมูลกับสื่อออสเตรเลียว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ที่ถูกจับได้ว่าขโมยของ ใช้วิธีขโมยผ่านเครื่องรับชำระเงินด้วยตนเอง

คนเหล่านี้ใช้วิธีที่เรียกว่าการ "สแกนทุกอย่างเป็นแครอท" หมายถึงเวลาขโมยสินค้าราคาแพง เช่น องุ่น หรือเชอร์รี่ ก็จะกดข้อมูลลงในเครื่องรับชำระเงินว่า สิ่งที่กำลังชั่งน้ำหนักนั้นเป็นแครอท หัวหอม หรือมันฝรั่ง ซึ่งราคาถูกกว่า

Image copyright Dan Kitwood/Getty Images
คำบรรยายภาพ กลโกง "สแกนทุกอย่างเป็นแครอท" ถูกเปิดโปงหลังจากซูเปอร์มาเก็ตแห่งหนึ่งตรวจพบยอดขายแครอทมีจำนวนมากกว่าสินค้าในสต็อก

รายงานผลการศึกษาระบุว่า กลโกงนี้ถูกเปิดโปงเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2012 เนื่องจาก "ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในออสเตรเลีย พบว่ามียอดขายแครอทมากกว่าจำนวนที่มีอยู่ในสต็อก"

เช่นเดียวกับซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในอังกฤษ พบข้อมูลการขายว่าลูกค้าพากันซื้อแครอทในจำนวนมากผิดปกติ รวมถึง "ลูกค้ารายหนึ่งที่สแกนซื้อแครอทอย่างเดียวถึง 18 ถุง"

เอ็มเมอลีน เทย์เลอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) กล่าวว่า ผู้ที่ใช้กลโกงนี้ ปกติจะไม่ใช่คนที่ชอบขโมยของ และส่วนมากไม่คิดว่าการกระทำดังกล่าวคือการลักขโมย โดยเธอเรียกคนเหล่านี้ว่า "สไวเปอร์"

ผลการศึกษาของ เทย์เลอร์ ยังพบด้วยว่าลูกค้า 83% จะรู้สึกหงุดหงิด ถ้าพบว่ามีของที่ไม่ได้ต้องการจะซื้ออยู่บริเวณที่จัดไว้ให้นำสินค้าใส่ถุง และบางส่วนก็จะหยิบหรือขโมยของที่ไม่ต้องการนั้นติดมือไปด้วย เพราะรู้สึกทำอะไรไม่ถูกเวลาใช้เครื่องชำระค่าสินค้าด้วยตนเอง