เผยประสบการณ์สยอง “ตื่นขณะผ่าตัด” พบได้ 1 ใน 19,000 คน

  • 13 กุมภาพันธ์ 2017
ราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งสหราชอาณาจักรระบุว่า กรณีคนไข้รู้สึกตัวตื่นขึ้นขณะผ่าตัดนี้ พบได้ราว 1 ใน 19,000 ราย Image copyright iStock
คำบรรยายภาพ ราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งสหราชอาณาจักรระบุว่า กรณีคนไข้รู้สึกตัวตื่นขึ้นขณะผ่าตัดนี้ พบได้ราว 1 ใน 19,000 ราย

หญิงแคนาดาเผยประสบการณ์รู้สึกตัวตื่นขึ้นขณะผ่าตัด ซึ่งทำให้ต้องเจ็บปวดแสนสาหัส โดยไม่สามารถลืมตาหรือขยับร่างกายได้ แพทย์ชี้พบได้น้อยเพียง 1 ใน 19,000 ราย

นางดอนนา เพนเนอร์ หญิงชาวแคนาดาวัย 53 ปี เผยถึงประสบการณ์อันน่าหวาดกลัวเมื่อเธอตื่นขึ้นในระหว่างการผ่าตัดส่องกล้องเพื่อวินิจฉัยโรคในช่องท้องเมื่อ 9 ปีก่อน ซึ่งอาการที่ยาสลบหมดฤทธิ์จนคนไข้ผ่าตัดรู้สึกตัวตื่นขึ้น แต่กลับไม่สามารถขยับเขยื้อนได้นี้ ทำให้เธอเจ็บปวดทรมานอย่างยิ่งตลอดการผ่าตัดที่ยาวนานกว่าหนึ่งชั่วโมง และเกิดบาดแผลทางใจที่ต้องรับการบำบัดจากจิตแพทย์ต่อมาเป็นเวลานานหลายปี

เมื่อปี 2008 นางเพนเนอร์เข้ารับการผ่าตัดส่องกล้องตรวจช่องท้องที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งของรัฐแมนิโทบาในแคนาดา เพื่อหาสาเหตุของอาการเลือดออกมากผิดปกติขณะที่มีประจำเดือน โดยแพทย์จะผ่าบริเวณท้องให้เป็นแผลเล็ก ๆ 3-4 แผลเพื่อสอดกล้องเข้าไป แทนที่จะผ่าเปิดช่องท้องเป็นแผลใหญ่แผลเดียวตามปกติ

วิสัญญีแพทย์ได้ให้เธอดมยาสลบตามปกติ แต่ในเวลาไม่นาน นางเพนเนอร์กลับรู้สึกตัวตื่นขึ้น ในตอนแรกเธอดีใจและโล่งใจอย่างมากเพราะนึกว่าการผ่าตัดเสร็จสิ้นลงแล้ว โดยเธอได้ยินเสียงของแพทย์พยาบาลและความเคลื่อนไหวรอบตัวชัดเจน แต่ยังไม่สามารถลืมตาขึ้นหรือขยับเขยื้อนร่างกายได้

นางเพนเนอร์ได้ยินเสียงศัลยแพทย์พูดขอมีดผ่าตัด ซึ่งทำให้เธอตื่นตระหนกสุดขีด เธออยากลุกขึ้นนั่งและขยับตัวสื่อสารเพื่อให้แพทย์ทราบว่าเธอยังตื่นอยู่ แต่ไม่สามารถทำได้เพราะยาคลายกล้ามเนื้อที่ใช้ระหว่างการผ่าตัดทำให้เธอเหมือนเป็นอัมพาตไปทั้งร่าง นางเพนเนอร์รู้สึกถึงคมมีดที่กดลงบนท้องซึ่งทำให้เจ็บปวดอย่างสุดบรรยาย แต่จำต้องทนโดยแม้แต่จะร้องไห้ออกมาก็ยังทำไม่ได้

ขณะนั้นชีพจรของนางเพนเนอร์เต้นเร็วขึ้นจนถึงระดับ 148 ครั้งต่อนาที แต่ไม่มีใครสังเกตถึงความผิดปกตินี้ จนในที่สุดเธอพยายามกระดิกนิ้วเท้าเพื่อส่งสัญญาณได้ถึงสามครั้ง แต่พยาบาลกลับกดเท้าของเธอเอาไว้ให้นิ่ง โดยไม่เอ่ยปากบอกแพทย์ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ที่แย่ไปกว่านั้นคือเธอเริ่มหายใจไม่ออกและรู้สึกว่าปอดแสบร้อนเหมือนไฟเผา เพราะเครื่องช่วยหายใจถูกปรับไว้ให้หายใจเข้าได้เพียง 7 ครั้งต่อนาที ทั้งที่เธออยู่ในภาวะตระหนกและหัวใจเต้นแรง

Image copyright Thinkstock
คำบรรยายภาพ คนไข้ที่ตื่นระหว่างผ่าตัดจะได้ยินเสียงรอบตัวและมีความรู้สึกสัมผัสชัดเจน แต่ไม่สามารถลืมตาหรือขยับร่างกายได้

เมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้นลง นางเพนเนอร์พยายามใช้ลิ้นขยับท่อช่วยหายใจเพื่อส่งสัญญาณให้แพทย์ทราบ แต่วิสัญญีแพทย์กลับนำท่อช่วยหายใจออกเร็วเกินไป ทำให้เธอหายใจไม่ได้และหมดสติ ซึ่งในตอนนี้นางเพนเนอร์เล่าว่าได้สัมผัสกับประสบการณ์เฉียดความตายที่คล้ายกับวิญญาณได้ออกจากร่างไปยังสถานที่ที่สุขสงบและไม่เจ็บปวด แต่ต่อมาไม่นานเธอได้กลับฟื้นขึ้นเนื่องจากแพทย์ได้ใช้เครื่องช่วยหายใจกับเธออีกครั้ง

เมื่อนางเพนเนอร์เริ่มฟื้นตัวและพูดได้ เธอได้เผยกับแพทย์ผู้รักษาถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งแพทย์ยอมรับว่ามีปัญหาเกิดขึ้นในระหว่างการผ่าตัดจริง และได้กล่าวขออภัยต่อเธอ รวมทั้งยอมรับว่าคำพูดของแพทย์ที่นางเพนเนอร์ได้ยินขณะฟื้นขึ้นระหว่างการผ่าตัดนั้น แพทย์ได้กล่าวไปอย่างที่เธอบอกจริงทั้งหมด รวมทั้งผลการวินิจฉัยโรคที่เธอไม่ได้สอบถามจากแพทย์ เพราะได้ทราบด้วยตนเองตั้งแต่อยู่ในห้องผ่าตัดแล้ว

นางเพนเนอร์ได้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากโรงพยาบาล เนื่องจากความกระทบกระเทือนทางร่างกายและจิตใจที่เกิดขึ้น ซึ่งต่อมาคู่กรณีทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงชดใช้และยอมความกันได้ด้วยดี อย่างไรก็ตาม เธอต้องการเผยเรื่องนี้ให้ทราบโดยทั่วกันเพื่อเป็นอุทาหรณ์ต่อคนไข้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดในอนาคต

ข้อมูลจากราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งสหราชอาณาจักรระบุว่า กรณีคนไข้รู้สึกตัวตื่นขึ้นขณะผ่าตัดนี้พบได้ราว 1 ใน 19,000 ราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการผ่าตัดทำคลอดทางหน้าท้อง ศัลยกรรมทรวงอก (Cardiothoracic surgery) และในคนไข้ที่อ้วนมาก แต่ส่วนใหญ่แล้วคนไข้จะตื่นขึ้นเป็นเวลาสั้น ๆ เพียงไม่เกิน 5 นาทีเท่านั้น แต่ก็มีหลายรายที่ตื่นขึ้นเป็นเวลานานและรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดอย่างสาหัสจากการผ่าตัด ซึ่งร้อยละ 40 ของคนไข้กลุ่มนี้ได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจในระดับปานกลางถึงรุนแรงหลังเผชิญกับประสบการณ์ดังกล่าว