สั่งอพยพประชาชนนับแสน หลังเขื่อนใหญ่ในแคลิฟอร์เนียอยู่ในภาวะเสี่ยง

สั่งอพยพประชาชนกว่า 180,000 คน ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย หลังประตูระบายน้ำบนสันเขื่อนโอโรวิลล์ ที่สูงที่สุดในสหรัฐฯ เสียหาย มีน้ำล้น หลังฝนตกหนัก และประตูระบายน้ำฉุกเฉินของเขื่อน โอโรวิลล์ ที่มีความสูง 230 เมตร ใกล้จะถล่ม

แม้ว่า ปริมาณน้ำที่ล้นอยู่ได้หยุดไหลแล้ว แต่โครี โฮเนีย นายอำเภอบี้วท์ เคาน์ตี้ กล่าวเมื่อคืนวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น (12 ก.พ.) ว่า คำสั่งอพยพยังคงมีผลบังคับใช้อยู่

Image copyright AP
คำบรรยายภาพ กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากบนเขื่อนเขื่อนโอโรวิลล์

ระดับน้ำในอ่างเก็บเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเกิดฝนและหิมะตกหนัก หลังจากที่ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนียเผชิญกับภาวะแห้งแล้งรุนแรงมาหลายปี

นี่เป็นครั้งแรก ในรอบเกือบ 50 ปี นับตั้งแต่ที่เขื่อนถูกเปิดใช้มา ที่ทะเลสาบ โอโรวิลล์ ซึ่งอยู่ 105 กิโลเมตรไปทางเหนือของเมืองซาคราเมนโต ต้องเผชิญกับภาวะฉุกเฉิน ในแถลงการณ์ผ่านทางสื่อสังคมเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ นายโฮเนีย ได้สั่งให้ประชาชนอพยพ โดยย้ำถึง 3 ครั้งว่า "นี่ไม่ใช่การซ้อม"

ด้านกระทรวงทรัพยากรน้ำของรัฐแคลิฟอร์เนีย แถลงคำเตือนเกี่ยวกับช่องทางระบายน้ำที่อยู่ใกล้กับเขื่อน โดยใช้คำว่า "คาดว่าจะพัง"

ประชากรเมืองโอโรวิลล์ ราว 16,000 คน ได้รับคำสั่งให้อพยพไปทางเหนือ ทำให้เกิดการจราจรติดขัดบนเส้นทางที่มุ่งหน้าออกนอกเมือง ซึ่งผู้ที่ต้องอพยพบางราย กล่าวตำหนิทางการว่า ควรให้รายละเอียดคำเตือนมากกว่านี้

Image copyright Google
คำบรรยายภาพ แผนผัง และเส้นทางรอบ เขื่อนโอโรวิลล์

ส่วนทวิตเตอร์ทางการของ บี้วท์ เคาน์ตี้ รายงานว่า ขณะนี้โรงแรมหลายแห่งที่อยู่รอบนอกเมืองถูกจองเต็ม และได้แชร์ข้อมูลเกี่ยวกับที่พักฉุกเฉินให้ประชาชนทราบด้วย

แต่หลายชั่วโมงหลังจากการประกาศคำสั่งอพยพ ช่องทางระบายน้ำที่ได้รับความเสียหายก็ยังไม่พังลงมา ซึ่งกระทรวงทรัพยากรน้ำของรัฐแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า ได้ปล่อยน้ำออกมาถึง 2,830 คิวบิกเมตรต่อวินาที จากประตูระบายน้ำหลัก เพื่อลดระดับน้ำในทะเลสาบและแรงดันของน้ำ นอกจากนี้ ก็ยังใช้เฮลิคอปเตอร์ ไปปล่อยเครื่องกีดขวางเพื่อป้องกันกำแพงบริเวณใกล้เคียงกับช่องทางระบายน้ำด้วย

เควิน ลอว์สัน ผู้บังคับการสถานการณ์ไฟป่าแคลิฟอร์เนีย กล่าวสนับสนุนการตัดสินใจออกคำสั่งอพยพในครั้งนี้ ว่าดีกว่าที่จะปล่อยให้ชีวิตประชาชนนับพันต้องตกอยู่ในอันตราย ซึ่งเขาคิดว่าถ้าไม่จัดการกับสถานการณ์นี้ ก็อาจมี "กำแพงน้ำสูงถึง 30 ฟุตไหลลงมาจากทะเลสาบ"

อย่างไรก็ตาม นายลอว์สัน ย้ำว่า สถานการณ์ไม่ได้อันตรายขนาดเขื่อนทั้งเขื่อนจะถล่ม เพียงแต่น้ำที่ล้นออกมา อาจเป็นอันตรายได้

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ทางการคาดว่า ทางระบายน้ำที่ได้รับความเสียหายอาจพังถล่ม

นายอำเภอโฮเนีย กล่าวว่า ได้สั่งการให้อพยพ เพื่อป้องกัน "สถานการณ์เลวร้าย" ที่อาจเกิดขึ้นได้ และบอกว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะอนุญาตให้ประชาชนย้ายกลับเข้าเคหะสถานได้เมื่อใด เนื่องจากขณะนี้ ทางการยังคงต้องประเมินความเสี่ยงอยู่

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา วิศวกรได้เริ่มปล่อยน้ำออกจากเขื่อน หลังจากสังเกตเห็นคอนกรีตก้อนใหญ่หลุดหายไปจากช่องทางระบายน้ำ

หลังจากเกิดภาวะแห้งแล้งยาวนาน แคลิฟอร์เนีย ก็เผชิญกับฝนตกหนักและปริมาณหิมะที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมและโคลนถล่มตามมา และเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (10 ก.พ.) นายเจอร์รี่ บราวน์ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ร้องขอให้สำนักงานบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลกลาง ประกาศเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่ด้วย