ที่ปรึกษาความมั่นคงของทรัมป์ลาออก หลังพบลอบติดต่อทูตรัสเซีย

นายไมเคิล ฟลินน์ หนุนให้สหรัฐฯมีท่าทีอ่อนลงกับรัสเซีย แต่แข็งกร้าวต่ออิหร่าน Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นายไมเคิล ฟลินน์ หนุนให้สหรัฐฯมีท่าทีอ่อนลงกับรัสเซีย แต่แข็งกร้าวต่ออิหร่าน

นายไมเคิล ฟลินน์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลาออก หลังถูกพบว่าลอบติดต่อทูตรัสเซียเมื่อปีที่แล้วเรื่องยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ทั้งที่ยังไม่ได้เข้าดำรงตำแหน่งใด ๆ อย่างเป็นทางการ

นายไมเคิล ฟลินน์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลาออกจากตำแหน่ง หลังมีการเปิดเผยกรณีอื้อฉาวที่เขาได้ลอบติดต่อทูตรัสเซียทางโทรศัพท์หลายครั้งเมื่อปลายปีที่แล้ว เพื่อหารือเรื่องยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ทั้งที่เขายังไม่ได้เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ อย่างเป็นทางการ และประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่ได้เข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ

รายงานระบุว่า นายฟลินน์ได้ติดต่อพูดคุยทางโทรศัพท์กับนายเซอร์เก คิสลยาค ทูตรัสเซียประจำสหรัฐฯหลายครั้ง ตลอดเดือนธันวาคมปีที่แล้ว แต่เขาปฏิเสธว่าไม่ได้พูดคุยกันเรื่องเตรียมยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯที่มีต่อรัสเซีย ซึ่งคำพูดดังกล่าวของนายฟลินน์ผ่านการรับรองจากนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียว่าเป็นความจริง แต่อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมานายฟลินน์กลับยอมรับว่า ได้กล่าวให้ข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์กับนายเพนซ์ และยื่นหนังสือลาออก

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นายไมเคิล ฟลินน์ ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำกับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เมื่อปี 2015

ก่อนหน้านี้ สื่อในสหรัฐฯหลายสำนักรายงานว่า เมื่อเดือนที่แล้วกระทรวงยุติธรรมได้แจ้งเตือนไปยังทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯถึงพฤติกรรมของนายฟลินน์ และว่าความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างนายฟลินน์กับทางการรัสเซีย อาจทำให้เขาถูกข่มขู่บังคับให้กระทำการใด ๆ ตามที่รัสเซียสั่งการได้ นอกจากนี้ การที่พลเรือนอเมริกันซึ่งไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐไปดำเนินงานติดต่อทางการทูตเองโดยพลการนั้นยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายอีกด้วย

ล่าสุดทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯแถลงว่า ขณะนี้ได้แต่งตั้งให้พลโทโจเซฟ คีธ นายทหารนอกราชการ เข้ารักษาการตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีแทนนายฟลินน์ไปพลางก่อน

ทั้งนี้ นายฟลินน์ซึ่งเป็นอดีตพลโทในกองทัพบก เข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังเกษียณอายุราชการ และเป็นผู้ติดตามรณรงค์หาเสียงกับนายทรัมป์มาโดยตลอด เขาเคยถูกอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ปลดออกจากตำแหน่งหัวหน้าหน่วยข่าวกรองเพื่อการป้องกันประเทศ และเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีนโยบายที่แข็งกร้าวกับอิหร่าน แต่อ่อนข้อกับรัสเซีย ซึ่งนำไปสู่ข้อสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับทางการรัสเซียในเวลาต่อมา