พิพิธภัณฑ์รักร้าวในลอสแอนเจลิส

Image copyright COURTESY OF THE MUSEUM OF BROKEN RELATIONSHIPS

เมื่อความสัมพันธ์ถึงจุดจบ คนที่เคยรักกันต่างแยกย้ายไปกันคนละทาง ข้าวของต่าง ๆ ที่ดูธรรมดาที่สุดที่พวกเขาเคยใช้ร่วมกัน อาจกลายเป็นสิ่งที่สุดจะบาดตาบาดใจได้ เพราะมันคอยย้ำเตือนให้คิดถึงคนที่ไม่ได้อยู่ข้างกายอีกต่อไปแล้ว

ที่ฮอลลีวูด ในนครลอสแอนเจลิส พิพิธภัณฑ์รักร้าวได้นำข้าวของเครื่องใช้ประจำวันเหล่านั้นมาจัดแสดง เพื่อให้เป็นงานศิลปะบอกเล่าเรื่องราวของการทรยศ การนอกใจ และความสูญเสีย

ผู้หญิงคนหนึ่งจากนครซานฟรานซิสโกยัดชุดแต่งงานของเธอลงในขวดโหลใส่ผักดอง และส่งมาให้ทางพิพิธภัณฑ์ หลังจากที่สามีที่อยู่ด้วยกันมา 5 ปีทิ้งเธอไป ในการ์ดที่เขียนส่งมาด้วยระบุว่า "ฉันเกลียดเรื่องที่ต้องโยนข้าวของที่ยังใช้ได้อยู่ทิ้งไป แต่ก็ไม่อยากเห็นคนอื่นนำชุดสวยของฉันที่มีแต่ความเศร้าเกาะกิน ไปใช้ได้อีก"

คำบรรยายภาพ ส่วนหนึ่งของข้าวของในพิพิธภัณฑ์

สิ่งของที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์รักร้าวแห่งนี้ไม่ได้ระบุชื่อเจ้าของ และทางพิพิธภัณฑ์เพิ่งเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมเมื่อราวกลางปีที่แล้ว ทนายความคนหนึ่งเป็นเจ้าของแนวคิดในการจัดทำพิพิธภัณฑ์ หลังจากที่เคยไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์รักร้าวต้นแบบที่โครเอเชีย ซึ่งเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาจากฝีมือของศิลปินสองคนที่นำข้าวของของพวกเขามาจัดแสดง ตอนที่พวกเขาแยกทางกัน ขณะที่พิพิธภัณฑ์ที่ลอสแอนเจลิสรับข้าวของมาจากผู้บริจาคทุกมุมโลก

หนุ่มนอรเวย์คนหนึ่งส่งเตารีดไปให้ทางพิพิธภัณฑ์ พร้อมกับข้อความว่า "เตารีดนี้ใช้รีดชุดแต่งงานของผม ตอนนี้มันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เหลืออยู่"

มุมหนึ่งในพิพิธภัณฑ์มีขวดไวน์ราคาแพงตั้งโชว์อยู่ มันเป็นของคู่รักคู่หนึ่งที่ต่างนอกใจคู่สมรสของตน พวกเขาวางแผนจะดื่มมันด้วยกัน หลังจากที่เลิกรากับคู่ของตน แต่จนถึงบัดนี้พวกเขาก็ยังไม่ได้ลิ้มรสไวน์ขวดนี้ ยังไม่เคยมีใครได้เปิดไวน์ขวดนี้เลย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตสมรสของพวกเขา หรือว่าคู่สมรสอาจรู้ว่าพวกเขานอกใจ

อเล็กซิส ไฮด์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์เล่าว่า ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์มีทั้งคนที่รักร้าว อกหัก รักคุด ไปจนถึงคู่รักที่กำลังเดตกัน แต่ที่น่าแปลกใจคือมันกลายเป็นสถานที่สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่ต้องการใช้อธิบายให้ลูกวัยรุ่นได้เข้าใจเรื่องเกี่ยวกับความรัก เซ็กส์ และความสัมพันธ์ ซึ่งเธอเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่จะเปิดอกพูดกัน เพราะทุกคนต้องเจอกับความผิดหวัง ต้องอกหัก รู้สึกโดดเดี่ยว มันเป็นเรื่องปกติ

คำบรรยายภาพ อเล็กซิส ไฮด์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์

ของแปลกตาที่นำมาแสดงรวมไปถึงซิลิโคนเสริมหน้าอกของหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งเธอเผยว่าไปเสริมหน้าอกมาเพราะถูกแฟนเก่ากดดัน แต่ร่างกายเธอไม่รับเจ้าสิ่งแปลกปลอมนี้ ทำให้ต้องไปผ่าตัดอีกหลายรอบเพื่อเอาออกและแก้ไขทรวดทรง

ไฮด์เล่าว่า ผู้หญิงคนนี้เก็บมันไว้เพื่อเตือนสติว่า ไม่ควรเปลี่ยนตัวเองเพื่อใครสักคน จะต้องรักตัวเองก่อนที่จะให้ผู้อื่นรัก และจงอยู่ในความสัมพันธ์ที่เข้าอกเข้าใจกัน เจ้าของซิลิโคนคู่นี้หวังว่า การบริจาคของเธอจะเป็นแรงบันดาลใจให้คู่รักคู่อื่นในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

Image copyright COURTESY OF THE MUSEUM OF BROKEN RELATIONSHIPS

สิ่งของอย่างอื่นที่จัดแสดงให้พิพิธภัณฑ์ยังมีแหวนที่หักแล้ววงหนึ่ง กระป๋อง ขวด กล่องใส่ของแบบต่าง ๆ และหนังสือ

ผู้หญิงคนหนึ่งส่งชุดที่เธอกะว่าจะสวมเพื่อให้แฟนหนุ่มประทับใจ แต่เธอไม่ทันได้สวม เพราะแฟนหนุ่มฆ่าตัวตายเสียก่อน

ไฮด์ชี้ให้เห็นถึงความโดดเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตีแผ่ให้เห็นถึงประสบการณ์ที่แท้จริงของคนเรา มันเป็นพิพิธภัณฑ์งานศิลป์ที่มีนัยล้ำลึก ในลักษณะศิลปะเชิงแนวคิด

ผู้ที่ได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เผยว่า ไปเพื่อไม่ให้รู้สึกว่าโดดเดี่ยว และเพื่อจะได้เชื่อมโยงกับเพื่อนร่วมโลกหัวใจเหงาคนอื่น มีคนหนึ่งบอกว่า สิ่งของที่จัดแสดงทำให้รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของเจ้าของ และ "รู้สึกว่าข้างในพิพิธภัณฑ์ช่างเปล่าเปลี่ยวอ้างว้างเหลือเกิน"