นายกฯ แคนาดา ยกย่องข้อตกลงการค้าเสรีกับอียู

นายกฯ ทรูโด ของแคนาดา พยายามลดความกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงการค้า ที่สตราสบูร์ก Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ นายกฯ ทรูโด ของแคนาดา พยายามลดความกังวลเกี่ยวกับข้อตกลงการค้า ที่สตราสบูร์ก

นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของแคนานา กล่าวว่า ข้อตกลงการค้าเสรีอียู-แคนาดา หรือ Ceta จะช่วยครอบครัวฐานะปานกลางและสร้างมาตรฐานให้ข้อตกลงการค้าทั่วโลกในอนาคต

ในการกล่าวต่อรัฐสภายุโรป นายทรูโด เรียก Ceta ว่าเป็น "พิมพ์เขียวที่มีเนื้อหาครอบคลุม สำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจซึ่งตั้งอยู่บนความรับผิดชอบ"

สมาชิกรัฐสภายุโรป ลงมติสนับสนุน Ceta เมื่อวันพุธ (15 ก.พ.) หลังจากใช้เวลาเจรจานานถึง 8 ปี ซึ่งภายใต้ข้อตกลงนี้ กำแพงภาษีส่วนใหญ่จะถูกยกเลิก แต่ผู้ที่ไม่เห็นด้วย ก็วิจารณ์ว่าเป็นข้อตกลงที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อการปกป้องสิ่งแวดล้อมและระบบสวัสดีการสังคมซึ่งผ่านการต่อสู้มาด้วยความยากลำบาก

นายทรูโดกล่าวว่า "บางคนกังวล ว่าระบบที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันเอื้อประโยชน์กับคนรวยกลุ่มเล็ก ๆ ในสังคม ซึ่งความกังวลนี้มีเหตุผล" แต่ก็โต้แย้งว่า Ceta "จะให้ผลลัพธ์ในการสร้างตำแหน่งงานที่ดีและมีรายได้เป็นที่น่าพอใจ สำหรับชนชั้นกลาง โดยจะช่วยให้เลี้ยงครอบครัวได้ และช่วยเสริมความแข่งแกร่ง และการเติบโตของชุมชน"

นอกจากนี้ Ceta ยังถูกมองว่า เป็นต้นแบบที่มีความเป็นไปได้สำหรับข้อตกลงการค้าระหว่างอียู และสหราชอาณาจักรในอนาคตด้วย

Image copyright PATRICK HERTZOG/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ กลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับ CETA วิจารณ์ว่า นี่เป็นข้อตกลงที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อการปกป้องสิ่งแวดล้อมและระบบสวัสดีการสังคม

จุดยืนคัดค้านของทรัมป์

แม้นายทรูโด จะยอมรับใน "ความกังวล" ที่สังคมปัจจุบันมีต่อโลกาภิวัตน์ แต่ก็กล่าวว่า Ceta จะยังคงเปิดช่องให้รัฐบาลรักษามาตรฐานสวัสดิการสังคมได้อย่างเพียงพอ

ข้อตกลงนี้ มีขึ้นพร้อมกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กำลังออกมาท้าทายวาระเกี่ยวกับการค้าเสรีของฝ่ายเสรีนิยม โดยให้สัญญาว่า "อเมริกาต้องมาเป็นที่หนึ่ง" ซึ่งเขาวางแผนจะรื้อความตกลงการค้าเสีรีอเมริกาเหนือระหว่างสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก หรือ NAFTA ขึ้นมาเจรจาใหม่ และนายทรัมป์ ยังได้วิจารณ์จุดยืนของอียูต่อการค้าเสรีด้วย

ในทางกลับกัน นายทรูโด กล่าวว่า "สหภาพยุโรป เป็นความสำเร็จที่โดดเด่น และเป็นต้นแบบของความร่วมมืออย่างสันติที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งแคนาดารู้ว่า เสียงของยุโรปในเวทีโลกเป็นสิ่งจำเป็น"

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (15 ก.พ.) สถานการณ์ด้านนอกอาคารรัฐสภายุโรป ที่เมืองสตารส์บูร์ก ค่อนข้างวุ่นวาย เนื่องจากมีผู้ประท้วงมีปิดทางเข้าก่อนหน้าการลงมติ ทำให้ตำรวจปราบจลาจลต้องมาลากตัวออกไป

ส่วนการลงคะแนน ผ่านไปอย่างสบาย แม้จะไม่ใช่คะแนนเสียงที่ท่วมท้น เนื่องจากมีสมาชิกรัฐสภายุโรป 33 คนงดออกเสียง

ในปีนี้ เนื้อหาบางส่วนของ Ceta จะเริ่มมีผลบังคับใช้ แต่เนื้อหาที่ยังเป็นข้อถกเถียง เช่น ระบบของศาลที่เปิดให้บริษัทสามารถฟ้องรัฐที่เป็นสมาชิกของอียู และแคนาดา หรือ Investment Court System จะต้องรอการให้สัตยาบันจากประเทศสมาชิกอียู ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเป็นปี

ภายใต้ Ceta ตลาดการค้าระหว่างแคนาดาที่มีประชากร 35 ล้านคน และอียูที่มีประชากร 500 ล้านคน จะยกเลิกภาษี 99% ที่เรียกเก็บกับสินค้าที่ไม่ใช่ผลผลิตด้านการเกษตร ซึ่งส่วนนี้ เมื่อปี 2015 มีมูลค่าการค้า อยู่ที่ 63.5 ล้านยูโร (2,400 ล้านบาท) และผู้สนับสนุนข้อตกลง ก็มองว่าจะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายส่งเสริมการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ และการจ้างงานได้

อย่างไรก็ตาม นายแกวิน ลี ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำยุโรปกล่าวว่า ข้อตกลงนี้ ก็ยังมีความเห็นที่แบ่งแยกอยู่มาก โดยเมื่อปีที่ผ่านมา การที่เขตวอล์โลเนีย ของเบลเยี่ยม ออกมาคัดค้าน ได้ทำให้ข้อตกลงนี้เสี่ยงล่มมาแล้ว และยังทำให้เกิดการประท้วงทั่วยุโรป ซึ่งผู้ที่วิจารณ์ อ้างว่า Ceta จะบ่อนทำลายกฎหมายแรงงาน มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสให้บริษัทข้ามชาติเข้ามามีบทบาทในการกำหนดนโบยายสาธารณะ