ปิดฉากมหากาพย์ธุรกิจเดินเรือยักษ์ ฮันจิน ชิปปิ้ง

ฮันจิน, ชิปปิ้ง, เกาหลีใต้. ล้มละลาย.
คำบรรยายภาพ ฮันจิน ขาดทุนมาแล้ว 4 ปี ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

ฮันจิน ชิปปิ้ง ครั้งหนึ่งเคยเป็นหนึ่งใน 10 บริษัทเดินเรือชั้นนำของโลก แต่ในตอนนี้ ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจชิปปิ้งจากเกาหลีใต้กำลังจะกลายเป็นเพียงอดีต

วันนี้ (17 ก.พ.) คือกำหนดเส้นตายสำหรับบริษัทที่จะถูกศาลเกาหลีใต้พิพากษาให้ล้มละลาย หลังจากเผชิญกับความไม่แน่นอนในหลายเดือนที่ผ่านมา

การล้มสะลายของฮันจิน ถือว่าส่งผลกระทบครั้งใหญ่ที่สุดในธุรกิจชิปปิ้งและยังส่งแรงกระเพื่อมไปทั้งอุตสาหกรรม

ที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น

เป็นเวลาหลายปี ที่ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจโลกได้ส่งผลกระทบต่อการทำกำไรของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าและชิปปิ้ง ซึ่งทำให้จำนวนเรือเดินสมุทรมากกว่าความต้องการของตลาด ขณะที่อัตราค่าระวางลดลง บวกกับจำนวนหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น

คำถามที่ตามมาไม่ใช่อยู่ที่ว่ารายใหญ่รายใดจะล้มละลายหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า ใครจะเป็นรายแรก ซึ่งผู้ที่ได้รับเกียรตินั้นคือ ฮันจิน ซึ่งขณะนั้นยังเป็นบริษัทเดินเรือเจ้าใหญ่ของเกาหลีใต้ และติดอันดับ 7 ของโลก

Image copyright AFP

ด้วยภาระหนี้สิ้นกว่า 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.88 แสนล้านบาท ในเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา บริษัท จึงไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ได้ และทำให้บริษัทเดินเรือรายใหญ่แห่งนี้ ต้องตัดสินใจยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสสำหรับนักลงทุน หรือ รัฐบาล ที่จะเข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์ แต่ว่ากรณีนี้ก็เห็นชัดเจนว่า ความหวังเช่นนั้นอาจดูเลื่อนลอย

นายลารส์ เจนเซ่น จาก Sea Intelligence Consulting กล่าวว่า "การไม่ได้รับการอนุมัติเงินกู้จากสถานบันการเงินใดๆ มีผลทันทีต่อการซื้อเชื้อเพลิง เช่นเดียวกันกับการที่บริษัทไม่สามารถนำเรือเข้าเทียบท่าใดๆ ได้เลย และลูกค้าทั้งหมดก็ต้องหันหน้าไปพึ่งพิงบรรดาบริษัทเดินเรือคู่แข่งแทน"

สิ่งที่ตามมาก็คือ บรรดาพนักงานต้องถูกลอยแพ และนักลงทุนต้องสูญเงินเป็นจำนวนมาก

มีโอกาสในการกอบกู้สถานการณ์หรือไม่

ด้วยสถานการณ์ง่อนแง่นของฮันจิน ท่าเรือส่วนใหญ่ก็ปฏิเสธที่จะต้อนรับเรือเหล่านั้นเข้ามาเทียบท่า เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้เงินค่าเทียบเรือ แม้แต่เรือบางลำยังถูกกัก ขณะเตรียมเทียบท่าโดยเจ้าหนี้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการประกันว่าบรรดาเจ้าหนี้เหล่านั้นจะได้เงินคืน

อย่างไรก็ตาม ในทางเทคนิคกฎหมาย บริษัท ยังคงมีโอกาสที่จะได้รับการช่วยเหลือได้ ผ่านการหาผู้ลงทุนรายใหม่ หรือ โน้มน้าวให้รัฐบาลเกาหลีเข้ามาช่วยเหลือ

"ฮันจิน ยังมีเวลาราว 24 - 48 ชั่วโมง หลังจากที่ศาลพิพากษาให้ล้มละลาย ที่จะได้รับการช่วยเหลือ แต่หากเลยระยะเวลานั้นไปแล้วสิ่งที่ตามมาจะส่งผลกระทบใหญ่หลวงมาก และไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะกลับมาแก้ไขได้" นายเจนเซ่นกล่าว

คำบรรยายภาพ มีสินทรัพย์หลายอย่างของฮันจิน ถูกขายไปแล้ว

การยุติกิจการของฮันจิน พยุงความเชื่อมั่นได้เพียงเล็กน้อย เนื่องจากในหลายเดือนที่ผ่านมา มีสินทรัพย์หลายอย่างถูกขายออกไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เรือเดินสมุทร ไปจนถึงอาคารคลังสินค้าในสหรัฐอเมริกา ที่ทำการเดินเรือในสหรัฐ-เอเชีย

ผู้ซือก็คือบริษัทเดินเรือระดับโลกรายอื่นๆ ซึ่งสามารถที่จะเลือกเอาสินทรัพย์ใดๆ ก็ได้ ที่พวกเขาต้องการ

"สินทรัพย์ที่ดีมีคุณภาพถูกขายไปหมดแล้ว เหลือแต่โครงเรือเท่านั้น" นายเกรก โนวเลอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าทางทะเล จาก IHS กล่าว

ภายหลังจากคำพิพากษาให้ล้มละลายในวันนี้ ศาลซึ่งจะรับหน้าที่ในส่วนขั้นตอนการชำระหนี้ ด้วยการขายสินทรัพย์ที่เหลือทั้งหมดทอดตลาด เพี่อเป็นเงินสำหรับชำระเจ้าหนี้

สำหรับบรรดาลูกเรือ การล้มละลายของบริษัทก็เท่ากับว่าพวกเขาเกือบทั้งหมดต้องตกงานโดยปริยาย ทั้งนี้เรือของฮันจินประกอบด้วย ลูกเรือและวิศวกรชาวเกาหลีใต้และพนักงานอีกหลายเชื้อชาติ ซึ่งผ่านการจ้างงานอีกทีผ่านบริษัทนายหน้า

Image copyright MOON KWON-DO
คำบรรยายภาพ พนักงานของฮันจินใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อให้เรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหา

หนึ่งในพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง คือ กัปตันเรือ มูน ควอน-โด ซึ่งปีที่ผ่านมาเขาต้องติดอยู่ที่บนเรือที่มีชื่อว่า Hanjin Rome เป็นเวลาหลายเดือนหลังจากที่เรือลำดังกล่าวถูกกักกันโดยกลุ่มเจ้าหนี้ ที่ท่าเรือสิงคโปร์

"ผมจะไม่กลับมาเดินเรืออีกและจะเลิกการเป็นกะลาสีเรือตลอดชีวิต" นายมูน ควอน-โด กล่าวด้วยอารมณ์ที่ขมขื่นและสิ้นหวัง

แม้ว่าจะมีการประท้วงโดยสหภาพแรงงานหลายครั้ง แต่รัฐบาลในกรุงโซล ก็ยังคงไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย จึงมีข้อกังขาว่ามาตรการช่วยเหลือบริษัทฮันจิน ชิปปิ้ง จะมีหรือไม่

"หากว่าคุณใช้บริการการเดินเรือไปยังที่ต่างๆ ในโลกนี้ ถามว่า คุณยังจะใช้บริการกับ ฮันจินต่อหรือไม่ หลังจากนี้" นายโนวเลอร์ระบุและว่า "เพียงแค่การชะลอการเดินเรือทั้งหมดของฮันจินที่ผ่านมา ยังสร้างความยุ่งเหยิงให้กับห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก"

"ดังนั้น ผมจึงไม่คิดว่า ฮันจินจะได้รับการช่วยเหลือ" นายโนวเลอร์กล่าวสรุป

สถานการณ์ขณะนี้เป็นอย่างไร

การล้มละลายของผู้เล่นรายใหญ่ อย่างเรื่องราวของฮันจิน อาจจะเป็นโชคดีสำหรับผู้ที่เหลือรอดในอุตสาหกรรมการเดินเรือ

การล้มละลายของฮันจิน ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับธุรกิจการเดินเรือที่จะปรับสู่ระดับที่ยั่งยืนมากขึ้น หลังจากโลกต้องเผชิญกับภาวะที่จำนวนเรือเดินสมุทรมากเกินไป

"ในปี 2016 ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่แสนลำบากของทุกคนในอุตสาหกรรม หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ในเดือนที่ผ่านมาเมอส์ก บริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่อีกรายอย่าง เปิดเผยผลประกอบการประจำปี 2016 ด้วยตัวเลขขาดทุนกว่า 1.9 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 6.65 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการขาดทุน ครั้งที่ 2 หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2" นายเจนเซ่นกล่าว

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของธุรกิจการเดินเรือทั่วโลก บริษัทเมอส์กยักษ์ใหญ่ของเดนมาร์คยังขาดทุน

นายเจนเซ่นระบุอีกว่า ในปี 2016 ถือว่าเป็นจุดต่ำสุดของตลาดแล้ว ขณะที่แนวโน้มการเติบโตเริ่มดีขึ้นและคาดว่าจะใช้เวลาอีก 2 - 3 ปีถึงจะกลับมาสู่ภาวะปกติ

ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์หลายคนเห็นพ้องด้วยว่า ยังไม่มีแนวโน้มที่บริษัทผู้ให้บริการเดินเรือรายใหญ่อื่นจะ ประสบปัญหาล้มละลายเช่นเดียวกันกับ ฮันจิน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลเกาหลีก็ปล่อยให้บริษัท ฮุนได เมอร์แชนท์ มารีน (HMM) กลายเป็นผู้ครอบครองธุรกิจเดินเรือรายใหญ่ที่สุดของประเทศต่อไป

"ขณะที่ปีที่ผ่านมา แม้ว่า HMM เผชิญปัญหาทางการเงินไม่ต่างกับฮันจิน แต่การล้มละลายของฮันจินก็ถือว่าช่วยให้ HMM อยู่ในภาวะที่ปลอดภัยมากขึ้น เนื่องจากไม่มีทางที่รัฐบาลเกาหลีใต้จะปล่อยให้ธุรกิจเดินเรือยักษ์ใหญ่แห่งเดียวต้องพบกับภาวะล้มละลายอย่างแน่นอน" นายโนวเลอร์กล่าว