ทรัมป์ชี้แจงไม่ได้กุเรื่องเหตุก่อการร้ายในสวีเดน

นายคาร์ล บิลด์ท
คำบรรยายภาพ นายคาร์ล บิลด์ท อดีตนายกรัฐมนตรีสวีเดนทวีตข้อความแสดงความสงสัยต่อเหตุการณ์ที่นายทรัมป์กล่าวอ้าง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงข้อความทางทวิตเตอร์ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องที่เขาได้กล่าวปราศรัยเป็นนัยบ่งชี้ว่า มีเหตุโจมตีก่อการร้ายเกิดขึ้นที่สวีเดนเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งภายหลังทางการสวีเดนและผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากทักท้วงว่าคำพูดดังกล่าวไม่เป็นความจริง

ผู้นำสหรัฐฯระบุว่า คำพูดของเขาหมายถึงเหตุการณ์ในรายงานข่าวที่เขาได้รับชมทางสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์เมื่อคืนวันศุกร์ ซึ่งเป็นเรื่องปัญหาอาชญากรรมและผู้อพยพในสวีเดน ส่วนนางซาราห์ แซนเดอรส์ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯชี้แจงเสริมว่า คำกล่าวอ้างของนายทรัมป์ถึง "สิ่งที่เกิดขึ้นในสวีเดนเมื่อคืนนี้" หมายถึงการเพิ่มขึ้นของอาชญากรรมและเหตุไม่สงบโดยทั่วไป ไม่ได้เจาะจงถึงเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง

ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯกล่าวในการปราศรัยต่อประชาชนผู้สนับสนุนในรัฐฟลอริดาถึงปัญหาผู้อพยพว่า "คุณดูสิ่งที่เกิดขึ้นในเยอรมนี ดูสิ่งที่เกิดขึ้นในสวีเดนเมื่อคืนนี้สิ ใครจะเชื่อว่าเป็นสวีเดน ? แต่เขารับผู้อพยพจำนวนมากและเกิดปัญหาชนิดที่คาดไม่ถึงมาก่อน คุณดูสิ่งที่เกิดขึ้นที่บรัสเซลส์ สิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก ดูเมืองนีซ ดูกรุงปารีสสิ"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวปราศรัยเป็นนัยบ่งชี้ว่า มีเหตุโจมตีก่อการร้ายเกิดขึ้นที่สวีเดนเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ทางการสวีเดนได้ติดต่อขอให้รัฐบาลสหรัฐฯอธิบายเรื่องคำพูดของประธานาธิบดีทรัมป์ด้วย เนื่องจากไม่มีรายงานเหตุโจมตีก่อการร้ายเกิดขึ้นในคืนดังกล่าว และไม่เคยมีมาตั้งแต่ปี 2556 ที่สวีเดนเริ่มเปิดรับผู้อพยพแล้ว โดยนายคาร์ล บิลด์ท อดีตนายกรัฐมนตรีสวีเดนได้ทวีตข้อความแสดงความสงสัยว่านายทรัมป์ "สูบยาอะไรเข้าไป" จึงทำให้กล่าวเรื่องเหตุโจมตีที่ไม่มีจริงออกมาได้

ทั้งนี้ สวีเดนซึ่งมีประชากร 9.5 ล้านคน ได้รับผู้อพยพและผู้ลี้ภัยเข้าประเทศถึง 200,000 คนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการรับผู้อพยพต่อหัวประชากรที่สูงที่สุดในยุโรป โดยภายในประเทศมีทั้งกลุ่มผู้สนับสนุนและต่อต้านผู้อพยพ ซึ่งมีการปะทะใช้ความรุนแรงระหว่างกันและต่อผู้อพยพบ้างประปราย อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เข้าร่วมกับกลุ่มที่เรียกตนเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่สูงขึ้นและเหตุสะเทือนขวัญสังหารหญิงสาววัย 22 ปีที่ทำงานในศูนย์ผู้ยื่นขอลี้ภัยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้ทางการสวีเดนต้องหันมาพิจารณาปัญหานี้อย่างจริงจังขึ้น