พบร่องรอยความเสี่ยงเป็นออทิซึมในสมอง ก่อนอาการปรากฏ

ปัจจุบันแพทย์สามารถวินิจฉัยโรคออทิซึมได้เร็วที่สุดขณะที่เด็กมีอายุราว 2 ขวบ Image copyright Thinkstock

การศึกษาของทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา ในสหรัฐฯ ระบุว่าการสแกนสมองแต่เนิ่น ๆ ทำให้เห็นถึงความแตกต่างในสมองระหว่างเด็กที่ต่อมาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิซึมกับเด็กที่ไม่เป็น พวกเขาหวังว่าการค้นพบครั้งนี้จะช่วยให้หาวิธีบำบัดที่ได้ผลดียิ่งขึ้น

รายงานการศึกษาชิ้นนี้ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์บ่งชี้ว่าโรคออทิซึมเกิดขึ้นในช่วงขวบปีแรกของชีวิต

ในปัจจุบัน แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคออทิซึมได้เร็วที่สุดขณะที่เด็กมีอายุราว 2 ขวบ แต่ส่วนใหญ่แล้ว การวินิจฉัยจริงมักจะเกิดขึ้นตอนที่เด็กมีอายุมากกว่านี้ โดยเฉลี่ยแล้วในจำนวนประชากร 100 คน แพทย์จะตรวจพบโรคออทิซึม 1 คน เด็กที่เป็นโรคนี้มีพัฒนาการด้านความสัมพันธ์ทางสังคมและพฤติกรรมที่ต่างไปจากเด็กส่วนใหญ่

ในการศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาศึกษาเปรียบเทียบสมองของเด็ก 148 คน รวมทั้งเด็กในกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคออทิซึม โดยคัดเลือกจากครอบครัวของเด็กที่มีพี่เป็นโรคนี้อยู่แล้ว

Image copyright Getty Images

นักวิจัยสแกนสมองของเด็กทุกคนตอนอายุ 6 เดือน 12 เดือน และ 24 เดือน และพบว่าสมองของเด็กที่ต่อมาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิซึม ต่างไปจากเด็กที่ไม่เป็นออทิซึม ความแตกต่างเกิดขึ้นในสมองส่วนที่เรียกว่าเปลือกสมอง ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับกระบวนความคิดในระดับสูง เช่น การใช้ภาษา

ดร.เฮเธอร์ ฮาซเล็ตต์ หนึ่งในทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาบอกบีบีซีนิวส์ว่า ทีมนักวิจัยเห็นถึงความแตกต่างของสมอง ตั้งแต่ช่วงต้น ๆ ในขวบปีแรกของชีวิต ก่อนหน้าที่เด็กจะมีอาการของโรค ความแตกต่างนี้อาจเป็นตัวบ่งชี้ว่าเด็กมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นออทิซึมได้

ผลการศึกษาครั้งนี้พบว่า การวินิจฉัยโรคออทิซึมได้แต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนการบำบัดรักษา และการสแกนสมองเด็ก โดยเฉพาะในครอบครัวที่เสี่ยงต่อการเป็นออทิซึม จะยิ่งช่วยให้วินิจฉัยโรคได้เร็วขึ้น

ในอนาคต หากการตรวจสารพันธุกรรมก้าวหน้าไปถึงขั้นที่เป็นตัวชี้วัดที่มีประโยชน์ อาจมีการสแกนสมองทารกทุกคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นออทิซึม

Image copyright Getty Images

ศ.โจเซฟ พิเวน นักวิจัยอีกคนในโครงการนี้ บอกบีบีซีว่าตอนนี้ "เราสามารถระบุได้แล้วว่าเด็กคนไหนเสี่ยงที่จะเป็นโรคออทิซึม ซึ่งจะเอื้อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถหาวิธีบำบัดก่อนที่อาการทางพฤติกรรมของออทิซึมจะแสดงออกมา" ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องว่า วิธีบำบัดที่จะได้ผลดีที่สุดคือ ในขณะที่สมองยังมีความยืดหยุ่นสูงและง่ายต่อการเปลี่ยนแปลง

แครอล พอวี ผู้อำนวยการสมาคมออทิซึมแห่งชาติบอกว่า เป็นไปได้ที่การตรวจด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กแรงสูงสามารถช่วยครอบครัวที่มีลูกเป็นออทิซึมอยู่แล้ว เข้าถึงการวินิจฉัยแต่เนิ่น ๆ ในลูกคนต่อไป ซึ่งหมายความว่าเด็ก ๆ เหล่านั้นจะได้รับความช่วยเหลือและการสนับสนุนที่ถูกทางโดยเร็ว

อย่างไรก็ตามเธอเตือนว่า ออทิซึมมีอาการที่หลากหลายและมีความซับซ้อน ไม่มีวิธีใดวิธีหนึ่งเพียงวิธีเดียวที่สามารถระบุได้แน่นอนว่าเด็กมีโอกาสเสี่ยงจะเป็นออทิซึม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง