ทรัมป์ตั้ง "แม็คมาสเตอร์" เป็นที่ปรึกษาความมั่นคงคนใหม่

Image copyright AP
คำบรรยายภาพ พลโท เฮอร์เบิร์ต เรย์มอนด์ แม็คมาสเตอร์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แต่งตั้งพลโท เฮอร์เบิร์ต เรย์มอนด์ แม็คมาสเตอร์ อดีตนายทหารระดับสูงผู้เกษียณอายุจากกองทัพบก เข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ แทนที่พลโทไมเคิล ฟลินน์ ซึ่งจำต้องลาออกจากตำแหน่งนี้ไปหลังเข้าทำงานได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน เนื่องจากกรณีอื้อฉาวที่เขาลอบติดต่อกับทูตรัสเซียตั้งแต่ยังไม่ได้เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

ผู้นำสหรัฐฯกล่าวแสดงความชื่นชมพลโทแม็คมาสเตอร์ว่า เป็นผู้ที่มีความสามารถและประสบการณ์สูง ทั้งได้รับความเคารพยกย่องจากทุกคนในกองทัพ ส่วนพลโทแม็คมาสเตอร์กล่าวตอบว่า ตัวเขาถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับใช้ชาติต่อไปหลังเกษียณอายุ และเขารอคอยที่จะได้ร่วมงานกับทีมเจ้าหน้าที่ความมั่นคงแห่งชาติ

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ พลโทไมเคิล ฟลินน์ ถูกบีบให้ลาออกหลังเข้าทำงานได้เพียงไม่ถึงหนึ่งเดือน

พลโทแม็คมาสเตอร์เคยปฏิบัติงานในอิรักและอัฟกานิสถาน โดยเป็นที่รู้จักกันว่าเขาเป็นนักวางแผนยุทธศาสตร์ที่รอบคอบและพูดตรง รวมทั้งไม่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซีย โดยเขาเพิ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ศึกษาหาวิธีรับมือการบุกโจมตีของรัสเซียเมื่อไม่นานมานี้ พลโทแม็คมาสเตอร์ยังเคยได้รับการเสนอชื่อจากนิตยสารไทม์ให้เป็นหนึ่งในร้อยบุคคลทรงอิทธิพลที่สุดของโลกในปี 2014 ในฐานะว่าที่นักวางแผนการรบผู้โดดเด่นที่สุดของศตวรรษที่ 21

ทั้งนี้ ตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ เป็นตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐฯที่ประธานาธิบดีสามารถแต่งตั้งได้โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา มีหน้าที่ให้คำปรึกษาต่อผู้นำสหรัฐฯในประเด็นความมั่นคงและนโยบายระหว่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์ได้สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงที่เหมาะสมหลายราย เพื่อเฟ้นหาผู้ดำรงตำแหน่งแทนพลโท ไมเคิล ฟลินน์ ที่ลาออกไป โดยนายทรัมป์ได้เสนอชื่อพลเรือโท โรเบิร์ต ฮาร์วาร์ด เข้ารับตำแหน่งในตอนแรกแต่เจ้าตัวปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งดังกล่าว

Image copyright JAY DIRECTO/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ คริสตี้ เคนนีย์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำฟิลิปปินส์และไทย เป็นหนึ่งในผู้ถูกปรับเปลี่ยนจากตำแหน่งในรัฐบาลทรัมป์

อีกด้านหนึ่ง สื่อสหรัฐฯ อาทิ วอชิงตันโพสต์ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น และอีกหลายสำนัก ตีพิมพ์รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่านายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ได้โยกย้ายเจ้าหน้าที่ที่จะต้องทำงานร่วมกับนักการทูตระดับสูงของสหรัฯ หลายตำแหน่ง โดยที่ปรึกษาของนายทิลเลอร์สันแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ส่วนงานบริหารและทรัพยากรของสำนักงานรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ และสำนักที่ปรึกษารัฐมนตรีต่างประเทศ ว่าภารกิจที่พวกเขาได้รับมอบหมายจะสิ้นสุดลงก่อนกำหนดที่จะถึงในช่วงฤดูร้อนนี้

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่าบุคคลหนึ่งที่ได้รับแจ้งว่านายทิลเลอร์สันไม่ต้องการให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปคือนางคริสตี้ เคนนีย์ หัวหน้าสำนักที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศ โดยนางเคนนีย์ เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในส่วนงานดังกล่าว ก่อนหน้านี้นางเคนนีย์เคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตหลายประเทศภายใต้รัฐบาลของนายบิล คลินตัน นายจอร์จ ดับเบิลยู บุช และนายบารัค โอบามา และเคยเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยในช่วงปี 2554-2057 การปรับเปลี่ยนที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานดังกล่าวเกรงว่าจะมีการปรับโครงสร้างองค์กรอย่างขนานใหญ่และจะส่งผลต่อการกำหนดนโยบายด้านต่างประเทศอย่างไรต่อไป

ในสมัยที่เคนนีย์เป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำไทย เธอสร้างความประทับใจจากความสามารถพูดภาษาไทย รวมทั้งใช้สื่อสังคมออนไลน์ เช่น ทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก ในการสื่อสารกับชาวไทย อย่างไรก็ตาม เธอเป็นหนึ่งในผู้แสดงความเห็นคัดค้านการก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่กองทัพสหรัฐฯ ระงับการร่วมฝึกซ้อมรบคอบราโกลด์ชั่วคราว ทำให้กลุ่มผู้ต่อต้านอดีตรัฐบาลทักษิณและยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ครหาว่าเธอแสดงตัวฝักใฝ่เข้าข้างคนเสื้อแดง