ยูเอ็นไว้อาลัยทูตรัสเซีย เสียชีวิตกะทันหันขณะปฏิบัติหน้าที่

วิทาลี เชอร์กิน, เอกอัครราชทูต, รัสเซีย, สหประชาชาติ, สหรัฐฯ, นิวยอร์ก Image copyright AFP

กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์ลงวันที่ 20 ก.พ. ระบุว่า นายวิทาลี เชอร์กิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ (UN) เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ (20 ก.พ.) ก่อนจะถึงวันคล้ายวันเกิดปีที่ 65 ของเขา วันนี้ (21 ก.พ.)

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ ระบุว่านายเชอร์กินหัวใจวายขณะทำงาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจรายอื่นๆ ระบุว่าไม่พบสิ่งผิดปกติในการเสียชีวิตของนายเชอร์กิน แต่บีบีซีกล่าวว่า สาเหตุการเสียชีวิตของนายเชอร์กินยังไม่เป็นที่แน่ชัด

Image copyright TWITTER

ที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติได้ยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่นายเชอร์กินหลังจากมีข่าวว่าเขาเสียชีวิตได้ไม่นาน ต่อจากนั้น นายปีเตอร์ ธอมสัน ประธานสมัชชาใหญ่สหประชาชาติและเอกอัครราชทูตจากประเทศฟิจิ จึงออกแถลงการณ์แสดงความอาลัยอย่างเป็นทางการ และยกย่องว่านายเชอร์กินเป็นผู้ยึดมั่นในแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

ส่วนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่รัสเซียเป็นหนึ่งใน 5 ประเทศสมาชิกถาวร ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของนายเชอร์กิน รวมถึงรัฐบาลและประชาชนรัสเซีย ทั้งนี้ นายเชอร์กินดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำ UN ตั้งแต่ปี 2006 และเป็นที่กล่าวขวัญในฐานะผู้ปกป้องนโยบายรัสเซียอย่างเข้มแข็งบนเวทีนานาชาติ

ด้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ระบุว่าเขาเศร้าโศกอย่างยิ่งที่ทราบข่าวการเสียชีวิตของนายเชอร์กิน ผู้ซึ่งมีพรสวรรค์ด้านการทูตและเป็นที่ยกย่อง ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียแถลงว่าเขาเป็นนักการทูตผู้โดดเด่น และทูตจากหลายประเทศที่เคยพบปะร่วมงานกับนายเชอร์กินต่างแสดงความเสียใจต่อการจากไปครั้งนี้ ทั้งเอกอัครราชทูตจากสหราชอาณาจักร สหรัฐฯ และฝรั่งเศส พร้อมใจกันยกย่องว่านายเชอร์กินเป็นนักการทูตที่ยอดเยี่ยม

Image copyright TWITTER

ซาแมนธา พาวเวอร์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ซึ่งเคยมีเหตุตอบโต้นายเชอร์กินผ่านสื่อออนไลน์ทวิตเตอร์เมื่อปีที่แล้ว เป็นหนึ่งในผู้แสดงความเสียใจและยกย่องว่านายเชอร์กินเป็นผู้หนึ่งที่พยายามสานสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ แม้ว่าจะสองประเทศจะมีแนวทางที่แตกต่างกันอยู่มาก

ทั้งนี้ เชอร์กินเคยตอบโต้พาวเวอร์ ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์นโยบายต่างประเทศของรัสเซียในประเทศซีเรียว่าโหดร้ายและละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่เชอร์กินระบุว่า ข้อความแสดงความเห็นอกเห็นใจชาวซีเรียของพาวเวอร์ราวกับเป็นท่าทีของแม่ชีเทเรซ่า ผู้ล่วงลับ ขัดแย้งกับประวัติการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการใช้อำนาจแทรกแซงประเทศอื่นๆ ของสหรัฐฯ เช่นกัน