คนเผือกมาลาวีเผยถูกจ้องเอาชีวิตจากแก๊งล่าอวัยวะ

ผิวเผือก, คนเผือก, ภาวะผิวเผือก, อัลบิโน, มาลาวี
คำบรรยายภาพ คนเผือกในมาลาวีต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง เพราะถูกแก๊งล่าอวัยวะจ้องลักพาตัวไปฆ่าตลอดเวลา

เฟมี อาชูลานี หญิงชาวมาลาวีซึ่งเป็นผู้มีภาวะผิวเผือก เผยกับผู้สื่อข่าวบีบีซีถึงชีวิตที่ยากลำบากและต้องคอยระแวดระวังตัวเองตลอดเวลา เนื่องจากความเชื่อทางไสยศาสตร์ในท้องถิ่น ทำให้มีแก๊งอาชญากรรมจ้องลักพาตัวคนเผือกไปฆ่าเอาอวัยวะเพื่อทำเป็นน้ำมนต์ ซึ่งเชื่อกันว่าจะทำให้ผู้ครอบครองโชคดีมีความมั่งคั่ง

เมื่อสองปีก่อนมีกลุ่มชายหญิงราว 6 คนมาหาเฟมีที่บ้านแต่เช้า โดยอ้างว่าเป็นตำรวจที่มาคุ้มกัน เนื่องจากได้รับเบาะแสมาว่าเธอตกเป็นเป้าหมายของแก๊งลักพาตัวคนเผือก เฟมีตกใจมากเพราะไม่เคยเห็นคนกลุ่มนี้มาก่อน และไม่อยากปักใจเชื่อว่าพวกเขาเป็นตำรวจเพราะไม่ได้สวมเครื่องแบบ แม้จะพกปืนและมีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแสดงก็ตาม แต่เธอคิดว่าอาจเป็นของปลอมก็เป็นได้

กลุ่มคนที่อ้างเป็นตำรวจเอ่ยชื่อและบรรยายถึงรูปร่างหน้าตาของผู้บังคับการตำรวจท้องถิ่นที่เฟมีรู้จักได้เป็นอย่างดี ทำให้เธอเริ่มลังเลที่จะปฏิเสธไม่ไปยังที่ปลอดภัยกับพวกเขา โชคดีที่เพื่อนบ้านต่างมารุมล้อมดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนในที่สุดเฟมีและสามีพร้อมเพื่อนบ้านอีกจำนวนหนึ่งตกลงที่จะไปยังป้อมตำรวจในบริเวณใกล้เคียงกับคนกลุ่มนี้

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ คนเผือกในแอฟริกาเป็นมะเร็งผิวหนังและมีปัญหาทางสายตาได้ง่าย เพราะไม่มีเม็ดสีไว้ปกป้องผิวจากแสงแดด

ในระหว่างทาง คนกลุ่มที่อ้างว่าเป็นตำรวจมีพิรุธอย่างมาก โดยพยายามไล่คนที่เข้ามาแวะดูเหตุการณ์ออกไปจนหมด และเมื่อไปถึงป้อมตำรวจปรากฏว่าประตูปิดล็อคอยู่ แต่กลับมีพวกของคนกลุ่มดังกล่าวในบริเวณนั้นเข้ามาสมทบอีกสามคน โดยพยายามชักจูงข่มขู่ให้พากันไปยังสถานีตำรวจอีกแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ไกลออกไป ทั้งพยายามที่จะนำตัวเฟมีไปคนเดียว

อย่างไรก็ตาม สามีของเฟมีไม่ยินยอม และยืนกรานว่าพวกเขาไม่สามารถนำตัวเธอไปสถานีตำรวจเพราะไม่ได้ทำความผิดอะไร จนในที่สุดเมื่อคนกลุ่มดังกล่าวเห็นว่าสามีและเพื่อนบ้านของเธอไม่ยินยอมอย่างแน่นอนแล้ว ก็แสดงอาการโกรธและผละจากไปในทันที

ทางการมาลาวีระบุว่า นับแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2014 เป็นต้นมา มีคนเผือกถูกสังหารไปแล้วอย่างน้อย 19 ราย และมีรายงานการหายสาบสูญรวมทั้งเหตุพยายามลักพาตัวคนเผือกอีกกว่า 100 ราย ส่วนผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติออกคำเตือนเมื่อปีที่แล้วว่า คนเผือกในมาลาวีที่มีอยู่ราว 10,000 คน อาจต้องเสียชีวิตไปทั้งหมด หากยังคงมีการล่าคนเผือกเพื่อเอาอวัยวะอยู่เช่นนี้ต่อไป หลุมฝังศพของคนเผือกยังถูกแก๊งอาชญากรรมลักลอบขุดบ่อยครั้งเพื่อนำกระดูกไปขายด้วย

Image copyright GIANLUIGI GUERCIA/AFP/Getty Images

หลังเกิดเหตุพยายามลักพาตัว เฟมีต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดผวาตลอดเวลา ทำให้เธอไม่กล้าออกห่างจากหมู่บ้านของตนเอง และไม่สามารถเข้าไปที่ตลาดขายส่งในเมืองเพื่อนำผักมาเร่ขายตามบ้านได้อีกต่อไป ทุกวันนี้เธอทำได้เพียงขายของเล็กๆ น้อยๆ ที่แผงในตลาดท้องถิ่น ซึ่งรายได้ไม่พอเลี้ยงลูกแปดคน ตอนกลางคืนเธอไม่อาจหลับตาได้ลง เพราะมีครั้งหนึ่งที่คนร้ายพยายามบุกเข้ามาในบ้านทางหลังคา แต่โชคดีที่เธอหนีออกไปขอความช่วยเหลือได้เสียก่อน

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่าปัญหาความยากจนทำให้เกิดวงการธุรกิจมืดที่ค้าอวัยวะคนเผือกขึ้น ซึ่งคาดว่ามีการรับซื้ออวัยวะของคนเผือกในราคาสูง โดยที่ตำรวจละเลยการปฏิบัติหน้าที่และขาดทักษะในการสืบสวนสอบสวน ทำให้คดีลักพาตัวและสังหารคนเผือกจำนวนมากถูกทิ้งค้างไว้โดยไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายมาลงโทษได้