"คุมะมง" หมีหมื่นล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจแบบญี่ปุ่นด้วย มาสคอต

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
คุมะมง หมีหมื่นล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจแบบญี่ปุ่นด้วย มาสคอต

คนไทยที่หลงใหลวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวญี่ปุ่น คงไม่มีใครไม่รู้จัก "คุมะมง" ตัวการ์ตูนหมีสีดำมัน วงแก้มสีแดง จากจังหวัดคุมาโมโตะ บนเกาะคิวชู ทางตอนใต้ของประเทศ

ชื่อเสียงของเจ้าหมีวัยกระเตาะโด่งดังไปทั่วโลกในเวลาอันรวดเร็ว ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนจังหวัดที่ชื่อมีความหมายว่า "ต้นกำเนิดหมี" และสร้างมูลค่าทางธุรกิจมหาศาลจากการจำหน่ายสินค้าตราสัญลักษณ์ หมีแก้มแดง หลากประเภท ตั้งแต่ตุ๊กตาไปจนถึงเครื่องเขียน ขนมขบเคี้ยว แตงโม และหัวไชเท้าในตลาดสด

ต้นกำเนิดของคุมะมง

คุมะมง "ถือกำเนิด" เมื่อ 12 มีนาคม 2011 พร้อมกับการเปิดใช้บริการรถไฟความเร็วสูงชินคันเซนสายคิวชู ในจังหวัดคุมาโมโตะ ซึ่งมีประชากรประมาณ 7 แสนคนที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

รัฐบาลท้องถิ่นสร้างสรรค์มาสคอตตัวนี้ขึ้นเพื่อใช้ดึงดูดนักท่องเที่ยว เจ้าหมีตัวนี้ มีขนสีดำมันเงา แก้มเป็นวงกลมสีแดง มีนัยน์ตาโตที่จ้องมองอย่างตั้งใจ สวมเสื้อนอกที่ทำจากผ้าซาตินสีขาวขลิบเงิน ผูกโบว์หูกระต่ายสีแดง ในโอกาสสำคัญ

Image copyright BBC Thai

ส่วนความน่ารัก หรือ คาวาอิ ของคุมะมง ทำให้ตัวมันโด่งดังเป็นที่รู้จักในญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว เมื่อสิ้นปี 2011 ได้รับการโหวตให้เป็นอันดับหนึ่ง จากการสำรวจความนิยมมาสคอตทั่วประเทศ ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม "ยูรุ คายาระ" หรือ "ตัวละครไร้สังกัด" โดยคุมะมง ได้รับคะแนนถึงเกือบสามแสน

ความสำเร็จจากการประกวดมาสคอต ทำให้จังหวัดคุมาโมโตะ มีรายได้ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2012 จากยอดขายสินค้าเกี่ยวกับคุมะมง ถึง 1.18 หมื่นล้านเยน (3.69 พันล้านบาท) ทั้งที่รายได้ตลอดปี 2011 อยู่ที่เพียง 2.5 พันล้านเยน และอีกสองปีต่อมา รายได้จากการขายสินค้าสัญลักษณ์ หมีแก้มแดง พุ่งสูงถึงกว่า 10 เท่า เป็น 1.23 แสนล้านเยน จากการประเมินการของธนาคารกลางของญี่ปุ่น

ดังไปทั่วโลก

คุมะมง กลายเป็นที่รู้จักในระดับโลก หลังจากเหตุแผ่นดินไหวที่มีขนาดความรุนแรง 6.2 เมื่อ 14 เมษายน 2016 บนเกาะคิวชู ทางตอนใต้สุดของญี่ปุ่น ทำให้มีอาคารถล่มและชาวเมืองต้องรีบหาที่หลบภัย จากนั้นหลายวัน ก็เกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมานับร้อยครั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นการไหวสะเทือนที่มีความรุนแรงถึงระดับ 7 ส่วนผู้เสียชีวิตรวมอยู่ที่ 49 ราย ผู้บาดเจ็บ 1,500 ราย และมีผู้ที่ต้องไร้ที่อยู่อาศัยอีกนับหมื่นคน

ข่าวเหตุการณ์แผ่นดินไหวนี้ ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกผ่านสื่อสังคม ท่ามกลางความห่วงใยต่อเจ้าหมีแก้มแดงตัวนี้

ผู้ใช้ชื่อแม็กกี้ แทม จากฮ่องกง โพสต์ว่า "เกิดแผ่นดินไหว คุมะมง โอเคไหม?"

เอริค แท็ง นักศึกษามหาวิทยาลัย โพสต์ว่า "คุมะมงกับเพื่อน ๆ ปลอดภัยดีไหม?"

ส่วนหมิง จาง ลี จากประเทศไทย เขียนว่า "ภาวนาเพื่อคุมาโมโตะ และคุมะมง" ซึ่งนี่เป็นวลีที่ถูกนำไปโพสต์ซ้ำหลายพันครั้ง

กระแสความนิยมในตัวคุมะมง

ทุกวันนี้คุมะมง มีแฟน ๆ คอยติดตามความเคลื่อนไหวไม่แพ้ศิลปินคนดังระดับโลก โดยเวลาคุมะมงไปออกงาน ก็มักจะมีคนมารวมตัวกันคอยต้อนรับ ซึ่งบางคนมารอตั้งแต่ตี 3 เพื่อให้ได้อยู่แถวหน้าสุดจะได้ใกล้ชิดมาสคอตตัวโปรด เช่น ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่อุ้มตุ๊กตาคุมะมงห่อผ้าห่มเด็กมาด้วย หรือคนที่สวมชุดสีเทาให้ตุ๊กตาเพื่อให้ดูเข้ากันกับชุดที่เธอสวมอยู่ โดยเธอเล่าว่าใช้เวลาเย็บชุดนี้ถึง 1 เดือน ส่วนแฟน ๆ คนอื่น ก็มักจะนำกระดาษสีแดง มาตัดเป็นวงกลม แล้วแปะไว้ที่แก้มเพื่อเลียนแบบคุมะมงด้วย

Image copyright BBC Thai

แม้มีการ์ตูนตีพิมพ์ในหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน แต่คุมะมง ก็ไม่ใช่ตัวการ์ตูนเสียทีเดียว และไม่ใช่สัญลักษณ์ประจำแบรนด์แบบเฮลโหล คิตตี้ ด้วย แต่คุมะมงเหมือนกับเฮลโหล คิดตี้ ตรงที่จะไม่พูด และภาพของคุมะมงก็ทำให้สินค้าขายได้เช่นกัน

และแม้ว่าคุมะมง จะไม่ได้มีความเซ็กซี่ในตัว แต่เมื่อครั้งที่จักรพรรดินี มิชิโกะ ทรงตามเสด็จสมเด็จพระจักรพรรดิ ไปเยี่ยมจังหวัดคุมาโมโตะ เมื่อปี 2013 ก็ได้ทรงตรัสถาม คุมะมง ว่า "โสดรึเปล่า"

นอกจากนี้ คุมะมง ยังมีงานฉลองวันเกิด ที่แฟน ๆ ต่างก็มาช่วยกันร้องเพลงอวยพร และมอบของขวัญด้วย เช่น ตัวแทนจากบริษัทฮอนด้า ซึ่งมีโรงงานผลิตจักรยานยนต์อยู่ใกล้ ๆ นำสกู๊ตเตอร์ลายคุมะมง มามอบให้ และยังมีบริษัทผลิตจักรยานของอิตาลี สั่งทำจักรยานคุมะมง รุ่นพิเศษขึ้น รวมถึงดีวีดีออกกำลัง ที่มีคุมะมง เป็นผู้เต้นนำด้วย

Image copyright BBC Thai

จักรยานยนต์ กับดีวีดี ถือเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าอีกกว่า 100,000 รายการที่มีภาพของคุมะมง ติดอยู่ ตั้งแต่สติ๊กเกอร์ สมุดโน้ต ไปจนถึงรถยนต์ และเครื่องบิน

เมื่อปี 2014 คุมะมง ได้ไปจัดงานแถลงข่าวที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งญี่ปุ่น ซึ่งคุมะมง ได้รับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ และยังได้รับการยอมรับจากนักข่าวด้วย โดยมีรายหนึ่งถามว่า "คุณมีพนักงานกี่คน ไว้คอยช่วยงานกิจกรรมต่าง ๆ" แต่เนื่องจากคุมะมง ไม่พูด จึงต้องให้ มาซาทากะ นารุโอะ ซึ่งเป็น "หนึ่งในทีมงาน" เป็นผู้ตอบแทนว่า "ในฝ่ายของเรามีพนักงานประมาณ 20 คน" ซึ่งนารุโอะ เองก็ชอบที่จะบอกคนทั่วไปว่าคุมะมง เป็นหัวหน้าด้วย

คุมะมง ถือเป็นพลังแห่งคนรุ่นนี้ ที่มีความเห็นใจซึ่งกันและกัน โดยในช่วงสัปดาห์หลังเกิดแผ่นดินไหวที่จังหวัดคุมาโมโตะ คุมะมง ก็กลายเป็นที่ต้องการ ถึงขนาดแฟน ๆ คิดกันขึ้นมาเองว่าเขาคือตัวแทนความเมตตา ผู้กอบกู้สถานการณ์ที่ทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย และเป็นฮีโร่อย่างชัดเจน และการที่คุมะมง ไปเยี่ยมศูนย์ประชุมในเมืองมาชิกิ ที่ได้รับผลกระทบหนักจากแผ่นดินไหว ก็ถูกรายงานเป็นข่าวทางโทรทัศน์และหน้าหนังสือพิมพ์ เสมือนฮีโร่ที่หายตัวไปท่ามกลางซากความเสียหาย ได้ปรากฎตัวขึ้นมาอีกครั้งว่ายังมีชีวิตอยู่ ส่วนเด็ก ๆ ที่ต้องสูญเสียบ้านไปกับแผ่นดินไหว ต่างก็มารุมล้อม ร้องงอแง สวมกอด และถ่ายภาพกับเพื่อนที่กลับมาอีกครั้ง

Image copyright BBC Thai

บีบีซีไทย ไปเยือน "สำนักงาน" ของ คุมะมง ที่ตั้งอยู่ใน "จัตุรัสคุมะมง" อยู่บนชั้นล่างของอาคาร Tsuruya ใจกลางเมืองคุมาโมโตะ ใน จัตุรัสคุมะมง แบ่งออกเป็นห้องทำงานของคุมะมง เวทีแสดง และร้านจำหน่ายของที่ระลึก จะมีเครื่องใช้ ขนม ต่างๆที่เป็นของคุมะมง ที่ล้วนเป็นสินค้าที่ผลิตในญี่ปุ่นเท่านั้น

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ นักท่องเที่ยวที่มาสำนักงานคุมะมง อาจไม่เจอคุมะมงเพราะมันต้องออกไปตระเวนประชาสัมพันธ์จังหวัด
Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ ความโด่งดังของคุมะมงทำให้ตารางนัดของมันแน่นไปหมด

ในเวลาที่คณะของเราไปถึง คุมะมง ไม่ได้ "มานั่งทำงาน" ที่สำนักงาน เราพบแต่ห้องเปล่า ที่บรรดานักท่องเที่ยวเข้ามานั่งเก้าอี้ทำงานของหมีดำ พร้อมเซ็นชื่อในสมุดเยี่ยม แต่ด้วยตำแหน่ง ล่าสุด คือ "ผู้จัดการฝ่ายขาย" ของจังหวัดคุมาโมโตะ คุมะมง จึงต้องตระเวนไปทั่วประเทศ และนานาประเทศเพื่อแนะนำให้ผู้คนได้รู้จักกับธรรมชาติ อาหารทะแล และผลไม้รสชาติดีของจังหวัด

Image copyright BBC Thai
Image copyright BBC Thai

ไม่เพียงในจัตุรัสคุมะมง สินค้าสัญลักษณ์หมีแก้มแดง มีให้เห็นอยู่ทั่วไปรอบเมือง ทั้งร้านค้าขายของฝาก ร้านเล็ก ๆ ในตลาด หรือ ตลาดสด ที่สามารถพบไช้เท้าความยาวกว่า 1 ฟุต หรือ สตรอเบอรี่แดงสดชวนชิม ติดสติกเกอร์หมีแก้มแดง รับประกันความอร่อย

Image copyright BBC Thai

ความหลากหลายของสินค้า เกิดจากนโยบายของทางจังหวัดคุมาโมโตะ ที่เรียกไม่เก็บค่าลิขสิทธิ์ตราสัญลักษณ์ จากผู้ผลิตสินค้าต้องได้รับอนุญาตก่อนใช้ บนเงื่อนไขที่ว่า สินค้าตราหมีแก้มแดงเหล่านี้ ต้องใช้วัตถุดิบ หรือ ชิ้นส่วนที่ผลิตในจังหวัด หรือ ต้องมีโฆษณาบนบรรจุภัณฑ์ของสินค้าเชิญชวนผู้คนให้รู้จัก หรือ มาเยือน คุมาโมโตะ

ความสำเร็จทางธุรกิจของจังหวัดคุมาโมโตะ เกิดขึ้นในเวลาที่รวดเร็ว แต่จะยั่งยืนได้นานเท่าไร เป็นเรื่องที่น่าติดตาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง