ทรัมป์ลั่น เร่งสร้างกำแพงกั้นพรมแดนก่อนกำหนด

Image copyright Alex Wong/Getty Images

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้คำมั่นที่จะเริ่มดำเนินการสร้างกำแพงกั้นพรมแดนสหรัฐฯ - เม็กซิโก "อย่างเร่งด่วน ก่อนกำหนด" ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (24 ก.พ.) ในงานประชุมของกลุ่มการเมืองอนุรักษ์นิยม

โดยในงานประชุมประจำปี คอนเซอร์เวทีฟ โพลิทิคัล แอคชั่น คอนเกรส (CPAC) ณ รัฐแมรี่แลนด์ ทรัมป์ให้คำมั่นว่าประชาชนชาวอเมริกันต้องมาเป็นที่หนึ่งเสมอ ซึ่งเขาจะให้ความสำคัญกับการ "กีดกันพวกผู้ร้ายออกจากสหรัฐฯ"

"เรากำลังจะสร้างกำแพง อันที่จริงแล้วเราจะเริ่มสร้างเร็วในวันนี้ เราจะเร่งสร้างก่อนกำหนด" คำมั่นของทรัมป์ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ได้รับเสียงโห่ร้องสนับสนุนจากผู้ร่วมงานประชุมในครั้งนี้ โดยเมื่อวันพฤหัสบดีก่อนหน้า (23 ก.พ.) นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ และพลเอกจอห์น เคลลี่ รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิแห่งสหรัฐฯ ได้เข้าพบรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศและรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยแห่งประเทศเม็กซิโก ณ กรุงเม็กซิโก ซิตี้ ซึ่งในงานแถลงข่าวภายหลังการหารือแบบไม่เปิดเผยข้อมูลในครั้งนี้ รัฐมนตรีทั้งสองไม่ได้กล่าวถึงเรื่องการสร้างกำแพงแต่อย่างใด

Image copyright GUILLERMO ARIAS/AFP/Getty Images

จากรายงานของรอยเตอร์อ้างอิงถึงรายงานภายในของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ งบประมาณในการสร้างกำแพงกั้นพรมแดนสหรัฐฯ - เม็กซิโกอาจสูงถึง 7.525 ล้านล้านบาท (2.15 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ) ซึ่งมากกว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประเมินไว้ที่ 4.2 ล้านล้านบาท

การดำเนินการสร้างกำแพงกั้นนี้ต้องผ่านมติจากสภาฯ ก่อน ซึ่งแม้ว่าทรัมป์จะยืนยันให้รัฐบาลเม็กซิโกสนับสนุนงบประมาณอย่างไร ประธานาธิบดี เอนริเก เปนญา ของเม็กซิโกยืนยันที่จะไม่จ่ายค่าก่อสร้างกำแพงกั้นแนวพรมแดนโดยเด็ดขาด

และในการประชุมเมื่อวันศุกร์ ทรัมป์ยังกล่าวถึงการดำเนินการกำจัดกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลามให้สิ้นซากอีกด้วย "ผู้ก่อการร้ายข้ามแดนจะทำการโจมตีอเมริกาไม่ได้ หากไม่สามารถเข้ามาในอเมริกา" เขายังกล่าวอีกว่า เขากลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากหลังกล่าวอ้างเป็นนัยอย่างผิดๆ ว่ามีเหตุก่อการร้ายเกิดขึ้นในสวีเดน โดยเบี่ยงประเด็นไปที่การก่อการร้ายในกรุงปารีสแทน

Image copyright Getty Images

นอกจากนี้ เขายังได้กล่าวเน้นย้ำว่า "อเมริกาต้องมาก่อน" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่เรียกเสียงตบมือได้กึกก้องหอประชุม "การร่วมมือกันในระดับนานาชาติ เพื่อจัดการปัญหากับประเทศอื่นๆ หรือการสร้างสัมพันธ์อันดีกับชาติอื่นนั้นเป็นสิ่งที่ดี...เป็นเรื่องที่สำคัญมาก...แต่โลกนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าเพลงประจำโลก หรือหน่วยเงินของโลก หรือธงประจำโลก...ผมกำลังนำเสนอภาพลักษณ์ในฐานะตัวแทนของสหรัฐอเมริกา ผมไม่ได้นำเสนอในฐานะตัวแทนของนานาชาติ ผมเป็นตัวแทนของประเทศของเรา"

ทั้งนี้ เนื้อหาสุนทรพจน์ 13 นาทีแรกยังเป็นการกล่าววิพากษ์สื่อและการอ้างอิงแหล่งข่าวที่ไม่สามารถเปิดเผยที่มาได้ของสื่อ โดยทรัมป์ไม่สามารถระบุเฉพาะเจาะจงได้ว่าข่าวเรื่องไหนที่เขาไม่เห็นด้วย โดยหลังจากการประชุมไม่กี่ชั่วโมงความสัมพันธ์ระหว่างทำเนียบขาวกับสื่อก็ย่ำแย่ลงไปอีก หลังนักข่าวจากสำนักข่าวบีบีซี เดอะ นิวยอร์ค ไทมส์ ซีเอ็นเอ็น และสื่อหัวอื่นๆ ถูกห้ามไม่ให้เข้าฟังการบรรยายสรุปสำหรับสื่อมวลชน ซึ่งแถลงโดยนายฌอน สไปเซอร์ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยไม่มีการให้เหตุผล ซึ่งในครั้งนี้สำนักข่าวเอพีและไทม์ แมกกาซีน คว่ำบาตรไม่เข้าร่วมเพื่อเป็นการประท้วง

นายแมตต์ ชลัปป์ ประธานอเมริกัน คอนเซอร์เวทีฟ ยูเนี่ยนให้ข้อมูลว่า โดนัลด์ ทรัมป์คือประธานาธิบดีคนแรกที่ได้มากล่าวสุนทรพจน์ในงานประชุมฝ่ายขวาภายในระยะเวลาหนึ่งปีหลังเข้ารับตำแหน่ง นับตั้งแต่การเข้าร่วมของประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ในปี 2524

Image copyright Win McNamee/Getty Images

ความหวังของอเมริกายุคใหม่ - บทวิเคราะห์ โดย แอนโธนี่ เซอร์แชร์ นักข่าวบีบีซี วอชิงตัน

ที่ผ่านมาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่เคยนิ่งเฉยกับนโยบายหาเสียงที่เคยให้สัญญาไว้จนกลายเป็นข้อพิพาท ซึ่งในการประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาท่ามกลางนักกิจกรรมและนักเรียนแนวคิดฝ่ายขวา ทรัมป์ยังยืนยันในความพยายามแปลงโฉมพรรคริพับลิกันขึ้นมาใหม่ด้วยภาพลักษณ์ของตัวเอง

เขาประณามทั้งการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) และความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ซึ่งก่อนหน้านี้ ข้อตกลงทางการค้าดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายขวาอย่างกว้างขวาง รวมทั้งยังย้ำอีกครั้งว่า จะเร่งสร้างกำแพงกั้นพรมแดนสหรัฐฯ - เม็กซิโกก่อนกำหนด เพื่อจะได้แก้ปัญหาการเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย แม้ก่อนหน้านี้พรรคริพับลิกันจะเคยสนับสนุนการปฏิรูประบบการเข้าเมืองก็ตาม

เมื่อสองปีก่อนการปรากฏตัวของทรัมป์ในงานประชุมนี้เป็นแค่สีสันเก็บตก รวมทั้งยังกลายเป็นเพียงมุกตลกในรายการเรียลลิตี้ทีวีเท่านั้น ส่วนปีที่ผ่านเขางดการเข้าประชุม มาในปีนี้ เขามาในมาดประธานาธิบดี ที่เป็นความหวังของอเมริกายุคใหม่สำหรับพวกฝ่ายขวา แม้ในโถงประชุมจะเต็มไปด้วยผู้คนจากแวดวงการเมืองและล็อบบี้ยิสต์จากทำเนียบขาวมากมาย ทรัมป์กลับวิพากษ์วิจารณ์ว่าระบบการเมือง "พังๆ" นี้เต็มไปด้วย "พวกที่ปรึกษาสูบเลือด" ที่คอยมายุ่มย่ามกับรัฐบาล