จีน-รัสเซีย วีโต้มติยูเอ็นที่ให้คว่ำบาตรซีเรีย

ผลการสอบสวนของสหประชาชาติพบว่ารัฐบาลซีเรียเคยใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือนมาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ผลการสอบสวนของสหประชาชาติพบว่ารัฐบาลซีเรียเคยใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือนมาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง

จีนและรัสเซียใช้สิทธิยับยั้งหรือวีโต้ ในการออกข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่จะให้คว่ำบาตรรัฐบาลซีเรีย ส่งผลให้ร่างมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวที่เสนอโดยกลุ่มชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ต้องตกไป

รัสเซียและจีนใช้สิทธิวีโต้เพื่อยับยั้งมติคว่ำบาตรรัฐบาลซีเรียมาแล้วหลายครั้ง นับแต่เกิดสงครามกลางเมืองในซีเรียเมื่อ 6 ปีก่อน โดยในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 7 ของรัสเซีย และครั้งที่ 6 ของจีนที่ใช้สิทธิยับยั้งในประเด็นนี้

ร่างมติเพื่อคว่ำบาตรรัฐบาลซีเรียครั้งล่าสุด เสนอโดยสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส เพื่อเป็นการลงโทษที่รัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือนในพื้นที่ของกลุ่มกบฏ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการใช้ก๊าซคลอรีนที่มีความเป็นพิษรุนแรง ซึ่งละเมิดต่ออนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมีปี 1997

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ก๊าซคลอรีนทำให้ตาและผิวหนังระคายเคืองรวมทั้งทำลายปอด

ก่อนหน้านี้ผลการสอบสวนของสหประชาชาติชี้ว่า กองทัพอากาศซีเรียเคยใช้เฮลิคอปเตอร์ทิ้งก๊าซคลอรีนลงในเขตบ้านเรือนของประชาชนอย่างน้อย 3 ครั้ง ในปี 2014 และ 2015 แม้รัฐบาลของประธานาธิบดี บาชาร์ อัล อัสซาด จะปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ และสัญญาว่าจะทำลายอาวุธเคมีในครอบครองทั้งหมดแล้วก็ตาม

ร่างมติคว่ำบาตรที่เสนอโดยกลุ่มชาติพันธมิตรของสหรัฐฯนั้น มีเนื้อหาให้ห้ามขายเฮลิคอปเตอร์แก่รัฐบาลซีเรีย รวมทั้งมีมาตรการคว่ำบาตรผู้บัญชาการทหารและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของซีเรีย 11 ราย รวมไปถึงกลุ่มต่าง ๆ ที่มีส่วนในการโจมตีด้วยอาวุธเคมีอีก 10 กลุ่ม

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ รัสเซียใช้สิทธิวีโต้ โดยอ้างว่ามติของสหประชาชาตินั้นมาจากการต่อต้านรัฐบาลซีเรียของชาติตะวันตก

จีน รัสเซีย และโบลิเวีย ออกเสียงคัดค้านมตินี้ในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ในขณะที่อียิปต์ คาซัคสถาน และเอธิโอเปีย งดออกเสียง โดยมองกันว่ารัสเซียต้องการปกป้องรัฐบาลซีเรียซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิด ในขณะที่ทูตจีนประจำสหประชาชาติระบุว่า ไม่ควรเร่งร้อนออกมติคว่ำบาตรในขณะที่การสอบสวนเรื่องอาวุธเคมียังคงไม่เสร็จเรียบร้อยดี

ด้านนางนิกกี เฮลีย์ ทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติระบุว่า วันนี้เป็นวันที่น่าเศร้าอีกวันหนึ่งของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพราะมีชาติสมาชิกที่คอยแก้ต่างให้กับชาติอื่นซึ่งเข่นฆ่าประชาชนของตนเอง โดยเห็นแก่มิตรของตนในรัฐบาลประธานาธิบดีอัสซาด มากกว่าความมั่นคงปลอดภัยของทั้งโลก และวันนี้โลกได้กลายเป็นสถานที่อันตรายมากยิ่งขึ้น