ทรัมป์ยันเดินหน้านโยบายคนเข้าเมือง แต่ประณามการเกลียดชังเชื้อชาติศาสนา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในสภาคองเกรสเป็นครั้งแรก Image copyright Chip Somodevilla/Getty Images)
คำบรรยายภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในสภาคองเกรสเป็นครั้งแรก

ผู้นำสหรัฐฯ ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในสภาคองเกรสเป็นครั้งแรก ย้ำจะเดินหน้าปฏิรูประบบตรวจคนเข้าเมืองต่อไป แต่ประณามการก่ออาชญากรรมด้วยเหตุความเกลียดชังทางเชื้อชาติศาสนา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในสภาคองเกรสเป็นครั้งแรก โดยให้คำมั่นจะฟื้นฟู "จิตวิญญาณอเมริกัน" ให้กลับคืนมาอีกครั้ง เขายังกล่าวประณามการก่ออาชญากรรมด้วยเหตุความเกลียดชังทางเชื้อชาติศาสนา และยืนยันจะเดินหน้าปฏิรูประบบตรวจคนเข้าเมืองต่อไป

บรรดานักวิเคราะห์มองกันว่า สุนทรพจน์ครั้งนี้มีขึ้นเพื่อหวังฉุดคะแนนนิยมของนายทรัมป์ที่กำลังตกต่ำให้กลับกระเตื้องขึ้นมาอีกครั้ง โดยผู้นำสหรัฐฯระบุว่า ความหวังใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในหมู่ชาวอเมริกัน จะผลักดันให้พวกเขาบรรลุถึงความฝันที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าไม่อาจเป็นจริงไปได้ ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นครั้งใหม่สู่ความยิ่งใหญ่ของอเมริกา

Image copyright ABC
คำบรรยายภาพ ประธานาธิบดีทรัมป์ซ้อมกล่าวสุนทรพจน์ในรถยนต์ ขณะเดินทางจากทำเนียบประธานาธิบดีไปยังสภาคองเกรส

นายทรัมป์ยังกล่าวประณามการก่ออาชญากรรมด้วยเหตุความเกลียดชังทางเชื้อชาติศาสนา ซึ่งรวมถึงเหตุบุกทำลายสุสานของชาวยิวเมื่อไม่นานมานี้ และเหตุกราดยิงในรัฐแคนซัสซึ่งทำให้ชายเชื้อสายอินเดียผู้หนึ่งเสียชีวิต โดยย้ำว่าสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวเพื่อประณามต่อต้านอาชญากรรมจากความเกลียดชัง และความชั่วร้ายที่น่าเกลียดชังอย่างยิ่งในทุกรูปแบบ

ในส่วนของนโยบายการบริหารประเทศ นายทรัมป์ยังคงยืนยันที่จะถอนตัวจากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) และเดินหน้าสร้างกำแพงกั้นพรมแดนที่ติดกับเม็กซิโกต่อไป โดยย้ำว่าการปฏิรูประบบตรวจคนเข้าเมืองที่ทำได้จริงและให้ผลทางบวกนั้นสามารถเป็นไปได้จากการสร้างงาน เสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัย และการเคารพกฎหมาย

"ด้วยการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองอย่างจริงจัง เราจะสามารถขึ้นค่าแรง ช่วยเหลือคนว่างงาน และประหยัดเงินได้หลายพันล้านดอลลาร์ ทั้งยังทำให้ชุมชนของเราปลอดภัยขึ้นสำหรับทุกคนอีกด้วย" ผู้นำสหรัฐฯกล่าว

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง (ขวา) เข้าร่วมฟังสุนทรพจน์ในสภาคองเกรสด้วย

นอกจากนี้ สุนทรพจน์ของประธานาธิบดีทรัมป์ในเรื่องต่อต้านการก่อการร้าย ยังเรียกเสียงปรบมือครั้งใหญ่ได้จากสมาชิกสภาคองเกรสอีกด้วย โดยเขาให้คำมั่นจะ "ขจัดศัตรูที่ต่ำช้านี้ให้หมดไปจากโลกของเรา" ซึ่งรวมถึงกลุ่มสุดโต่งอย่างกลุ่มที่เรียกตนเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) ด้วย

ก่อนหน้านี้ ผลสำรวจความนิยมในตัวประธานาธิบดีทรัมป์ของสำนัก RealClearPolitics ชี้ว่า เขาได้รับคะแนนนิยมล่าสุดจากประชาชนอยู่ที่ร้อยละ 44 ซึ่งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์หลังจากที่เข้ารับตำแหน่งผู้นำมาได้เพียงเดือนเดียว โดยเหตุความขัดแย้งกับสื่อมวลชน รวมทั้งคำสั่งห้าม 7 ชาติมุสลิมเข้าประเทศ และเรื่องอื้อฉาวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลหลายคน เป็นเหตุให้คะแนนนิยมของนายทรัมป์ตกต่ำลง อย่างไรก็ตาม เขาได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ว่าเขาให้คะแนนการทำงานแก่ตนเองในระดับเอบวก เว้นแต่ในด้านการสื่อสารซึ่งเขาให้คะแนนตนเองที่ระดับซี หรือซีบวกเท่านั้น