จี้ รมว.ยุติธรรมสหรัฐฯ ลาออกกรณีติดต่อกับรัสเซีย

นายเจฟฟ์ เซสชันส์ รมว.กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นายเจฟฟ์ เซสชันส์ รมว.กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ

รัฐบาลสหรัฐฯ ออกมายืนยันว่านายเจฟฟ์ เซสชันส์ รมว.กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้พบปะกับเอกอัครราชทูตรัสเซีย ถึงสองครั้ง เมื่อปีที่แล้ว ในช่วงที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี ขณะที่พรรคเดโมแครตเรียกร้องให้นายเซสชันส์ ลาออกจากตำแหน่ง

นายเซสชันส์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา กล่าวระหว่างการตอบข้อซักถามของคณะกรรมาธิการวุฒิสภาเพื่อรับรองคุณสมบัติเมื่อเดือนมกราคมว่า เขาไม่เคยได้ติดต่อกับรัสเซีย ในช่วงการรณรงค์หาเสียงของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยย้ำเมื่อวันพุธ (1 มี.ค.) ว่า "ไม่เคยพบเจ้าหน้าที่รัสเซีย เพื่อหารือประเด็นการรณรงค์หาเสียงเลย"

Image copyright AP
คำบรรยายภาพ นายเซอร์เกย์ คิสเซิลยัค เอกอัครราชทูตรัสเซีย

ด้านสมาชิกพรรคเดโมแครต ออกมากล่าวหาว่า นายเซสชันส์ "กล่าวเท็จภายใต้คำสาบาน" และเรียกร้องให้เขาลาออกจากตำแหน่ง นอกจากนี้ ก็ยังเรียกร้องให้เขาวางมือจากบทบาทตามอำนาจของ รมว.กระทรวงยุติธรรม ในการกำกับดูแลการไต่สวนของสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) ต่อกรณีกล่าวหาที่ว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ และกรณีที่ผู้เกี่ยวข้องในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีเข้าไปเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ทางการรัสเซีย

หน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ ได้ข้อสรุปจากการสอบสวนข้อกล่าวหาที่รัสเซียจารกรรมข้อมูลของหน่วยงานพรรคเดโมแครต ว่าเกิดขึ้นด้วยเหตุผลเพื่อช่วยนายทรัมป์ ให้เอาชนะนางฮิลลารี คลินตัน

Image copyright Reuters

ก่อนหน้านี้ พล.ท.ไมเคิล ฟลินน์ ก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อเดือนที่ผ่านมา หลังจากสร้างความเข้าใจผิดให้กับทำเนียบขาว เกี่ยวกับการสนทนาของเขากับเอกอัครราชทูตรัสเซีย โดยถูกกล่าวหาว่า เป็นการหารือเรื่องมาตรการคว่ำบาตรรัฐบาลรัสเซีย

ในรายงานของหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ที่ได้รับการยืนยันโดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า เมื่อปีที่แล้ว นายเซสชันส์ ได้พบปะกับนายเซอร์เกย์ คิสเซิลยัค เอกอัครราชทูตรัสเซีย 2 ครั้ง ในฐานะสมาชิกคณะกรรมาธิการการทหารของวุฒิสภา ซึ่งหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ชี้ว่า ครั้งหนึ่งเป็นการคุยกันส่วนตัวในสำนักงานของนายเซสชันส์ เมื่อเดือนกันยายน และอีกครั้งก่อนหน้านั้น เกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน โดยมีเอกอัครราชทูตหลายคนร่วมด้วย

แม้ว่าในปีที่ผ่านมา นายเซสชันส์ จะได้พบปะกับเอกอัครราชทูตจากประเทศต่าง ๆ ถึง 25 คน แต่การพบกับนายคิสเซิลยัค เกิดขึ้นในขณะที่เขากำลังเป็นส่วนสำคัญในทีมหาเสียงของทรัมป์ ท่ามกลางกระแสข่าวที่หนาหูขึ้นเกี่ยวกับการแทรกแซงการเลือกตั้งจากรัสเซีย

คำบรรยายภาพ นายเจฟฟ์ เซสชันส์ รมว.กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ

คำให้การของนายเซสชันส์

ในระหว่างการตอบข้อซักถามเพื่อยืนยันคุณสมบัติก่อนที่จะได้รับแต่งตั้งเป็น รมว.กระทรวงยุติธรรม นายเซสชันส์ ถูกถามว่า จะทำอย่างไรหากมีหลักฐานว่าผู้ที่อยู่ในทีมหาเสียงของทรัมป์ เคยติดต่อกับรัสเซีย ซึ่งคำตอบของเขาคือ "ไม่รู้ว่ามีกิจกรรมเหล่านั้นเกิดขึ้น" และกล่าวว่า "ผมไม่มีการติดต่อสื่อสารกับรัสเซีย"

ส่วนเมื่อคืนวันพุธ (1 มี.ค.) เขากล่าวว่า "ผมไม่เคยพบกับเจ้าหน้าที่ทางการรัสเซีย เพื่อหารือเรื่องการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ไม่รู้ว่าข้อกล่าวหานี้เกี่ยวกับอะไร นี่เป็นเรื่องเท็จ"

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นายเจฟฟ์ เซสชันส์ รมว.กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ

นายเซสชันส์ ทำให้คณะกรรมการของวุฒิสภาเข้าใจผิดหรือไม่

ซาร่าห์ อิสกูร์ ฟลอเรส โฆษกหญิงของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ แถลงว่า "คำตอบของเขา ไม่มีอะไรที่ทำให้เข้าใจผิดได้" ในระหว่างกระบวนการยืนยันคุณสมบัติ "เขาถูกถามถึงการติดต่อสื่อสาร ระหว่างรัสเซียและทีมหาเสียงของทรัมป์ ไม่ใช่ถามเกี่ยวกับการประชุมที่เขาเข้าร่วมตอนเป็นสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกคณะกรรมาธิการการทหาร"

ด้านทำเนียบขาว ได้ออกมาสนับสนุนนายเซสชันส์ โดยประณามว่า "เป็นการโจมตีรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ ครั้งล่าสุด จากฝ่ายเดโมแครตที่เลือกข้าง"

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ประธานาธิบดีทรัมป์

ส่วนนางแนนซี เพโลซี แกนนำส.ส.พรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นเสียงส่วนน้อย กล่าวหานายเซสชันส์ ว่า "กล่าวเท็จภายใต้คำสาบาน" และเรียกร้องให้เขาลาออกจากตำแหน่ง

ขณะที่นายอดัม ชิฟฟ์ หัวหน้าคณะกรรมาธิการข่าวกรองของสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ถ้ารายงานนี้ตรงกับความเป็นจริง นายเซสชันส์ ต้องถอนตัวจากการสอบสวนของเอฟบีไอ

ด้านสำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์ของรัสเซีย รายงานว่า นิโคไล ลัคโคนิน ผู้ช่วยทูตด้านสื่อฯ ของสถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวว่า ทางสถานทูตไม่ได้ "ให้ความเห็นเกี่ยวกับข่าวลือเรื่องการติดต่อดังกล่าว" ระหว่างเจ้าหน้าที่การทูตรัสเซียและหุ้นส่วนในท้องถิ่น

เนื้อหาของการสอบสวนครั้งใหม่

ข่าวของนายเซสชั่นส์นี้ ถูกรายงานออกมาติด ๆ กับที่คณะกรรมาธิการของรัฐสภาสหรัฐฯ ตกลงให้มีการสอบสวน กรณีข้อกล่าวหาที่ว่า รัสเซียเข้ามามีอิทธิพลต่อการเลือกตั้ง โดยคณะกรรมการข่าวกรอง จะตรวจสอบการติดต่อระหว่างทีมหาเสียงของโดนัลด์ ทรัมป์ และรัฐบาลรัสเซีย

Image copyright Getty Images

สำหรับเรื่องนี้ ทางทำเนียบขาว ได้ออกมาปฏิเสธพฤติกรรมไม่เหมาะสมระหว่างการรณรงค์หาเสียง และทางรัสเซีย ก็ปฏิเสธข้อกล่าวหาแทรกแซงมาตลอดเช่นกัน แต่จนถึงขณะนี้ สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกัน ก็ยังไม่เต็มใจตกลงตามคำเรียกร้องของพรรคเดโมแครตที่ต้องการให้เปิดการสอบสวน

ขณะที่ หนังสือพิมพ์ เดอะนิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่า ในช่วงไม่กี่วันสุดท้ายของรัฐบาลโอบามา มีเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวบางคน รีบเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการที่รัสเซียพยายามจะบ่อนทำลายการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการติดต่อสื่อสารระหว่าง "ทีมหาเสียงของทรัมป์ และทางการรัสเซีย" โดยเดอะนิวยอร์ก ไทมส์ ยังได้อ้างคำพูดของอดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ 3 คน ที่เจาะจง 2 เป้าหมายหลัก คือพยายามให้แน่ใจว่าจะไม่มีการแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ และยุโรปในอนาคต และ "เพื่อวางลู่ทางด้านข่าวกรองที่ชัดเจน เอาไว้ให้ผู้สอบสวนรัฐบาลต่อไป"

บทวิเคราะห์ โดย ทิวลิป มาซุมดาร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

สำหรับประธานาธิบดีทรัมป์แล้ว ประเด็นรัสเซีย จะยังคงไม่หนีไปไหน ซึ่งคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้สอบสวนกรณีรัสเซียมาหลายปีกล่าวว่า จะขยายขอบเขตของการสอบสวนให้รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ของรัสเซีย ที่เกิดขึ้นในช่วงเลือกตั้ง และ "จะทำอย่างละเอียดที่สุด"

Image copyright AFP

ด้านเอฟบีไอและคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐฯ ก็กำลังสอบสวนการแทรกแซงของรัสเซียระหว่างการเลือกตั้งอยู่แล้ว และยังมีการยืนยันโดยหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ (ซีไอเอ) และหน่วยงานอื่น ๆ แล้วว่า รัฐบาลรัสเซีย ได้พยายามร่วมมือกันหลายฝ่าย เพื่อช่วยให้นายทรัมป์ ได้รับเลือก และทำให้นางคลินตัน เสียชื่อเสียง

แต่คำถามสำคัญที่ยังคงอยู่ก็คือ ทีมหาเสียงของทรัมป์ รู้เรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง