บิทคอยน์ ทำสถิติ มีมูลค่าแซงหน้าทองคำเป็นครั้งแรก

บิทคอยน์ Image copyright Reuters

นับเป็นครั้งแรกที่บิทคอยน์ 1 หน่วย มีมูลค่าสูงกว่าราคาทองคำ 1 ออนซ์

ในการซื้อขายเมื่อวันพฤหัสบดี (2 มี.ค.) มูลค่าของบิทคอยน์ ปิดตลาดที่ 1,268 ดอลลาร์สหรัฐฯ (44,374 บาท) ต่อหน่วย ในขณะที่ราคาทองคำปิดการซื้อขายที่ 1,233 ดอลลาร์สหรัฐฯ (43,149 บาท) ต่อออนซ์ มูลค่าบิทคอยน์ที่สูงขึ้นนี้ เป็นผลมาจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในประเทศจีน ซึ่งทางการได้เตือนว่า เงินตราแบบดิจิทัลนี้กำลังถูกใช้เป็นช่องทางนำเงินออกนอกประเทศ

มูลค่าของบิทคอยน์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมานี้ เป็นไปในทิศทางตรงกันข้ามกับการซื้อขายก่อนหน้านั้น ที่บิทคอยน์มีราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากตลาดซื้อขายใหญ่ที่สุดต้องปิดตัวไปเมื่อปี 2014

อย่างไรก็ตาม มูลค่าของบิทคอยน์ มีความผันผวนมาตั้งแต่เริ่มเปิดใช้เมื่อปี 2009 โดยมีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากตั้งคำถามว่า สกุลเงินดิจิทัล หรือ cryptocurrency ที่ต้องใช้การเข้ารหัสเพื่อควบคุมการสร้างและโอนเงินนี้ จะคงอยู่ไปได้นานเท่าใด

Image copyright Getty Images

เมื่อช่วงต้นปีนี้ หลังจากที่มูลค่าของบิทคอยน์พุ่งสูงทำสถิติในเดือนมกราคม ทางการจีนได้เข้าปราบปรามการซื้อขายบิทคอยน์ ในความพยายามที่จะยับยั้งไม่ให้เงินไหลออกนอกประเทศ แต่ก็มีผลทำให้มูลค่าลดลงเพียงระยะสั้น ๆ และจากนั้นมา มูลค่าของบิทคอยน์ ก็ดีดกลับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

สาเหตุที่ทำให้บิทคอยน์เป็นที่สนใจสำหรับผู้ใช้บางราย ก็เพราะเจ้าของไม่ต้องเปิดเผยชื่อจริง และตลาดซื้อขายยังขาดการควบคุมจากทางการ

ในปี 2013 เว็บไซต์ Silk Road ถูกปิดลง หลังจากเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ และหน่วยงานอื่น ๆ เข้าตรวจค้น ท่ามกลางข้อกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับการค้ายาเสพติด โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดบิทคอยน์ ซึ่งประเมินค่าเป็นเงินได้หลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

การทำงานของบิทคอยน์

บ่อยครั้งที่บิทคอยน์ถูกกล่าวถึงว่าเป็นเงินตราสกุลใหม่ แต่ก็เช่นเดียวกับเงินสกุลอื่น ๆ มูลค่าของบิทคอยน์ จะถูกกำหนดโดยความสมัครใจของผู้ซื้อขายที่พร้อมจะแลกเปลี่ยน ณ ราคานั้น ๆ

ส่วนธุรกรรมบิทคอยน์ จะต้องผ่านขั้นตอนที่เรียกว่า 'ไมนิ่ง' (mining) ซึ่งรวมถึงการใช้คอมพิวเตอร์เข้ารหัสเชิงคณิตศาสตร์ที่มีคำตอบเป็นตัวเลข 64 หลัก

การเข้ารหัสแก้โจทย์เลขแต่ละครั้ง จะทำให้เกิดบิทคอยน์ 1 บล็อค ซึ่งผู้ใช้หรือ ไมเนอร์ ยังจะได้รับบิทคอยน์ใหม่เป็นผลตอบแทนด้วย

Image copyright Getty Images

และเพื่อชดเชยกับความสามารถของชิพคอมพิวเตอร์ที่มีกำลังในการประมวลผลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ความยากง่ายของโจทย์ก็จะถูกปรับตาม เพื่อให้แน่ใจได้ว่าจะมีผู้ผลิตบิทคอยน์ใหม่ขึ้นมาทุกวัน

ปัจจุบันนี้ ทั่วโลกมีบิทคอยน์อยู่ประมาณ 15 ล้านหน่วย โดยผู้ใช้จะต้องมีที่อยู่บิทคอยน์ซึ่งเป็นรหัสตัวเลขผสมกับตัวอักษร 27-34 ตัว ที่จะทำหน้าที่เป็นกล่องไปรษณีย์เสมือนจริงสำหรับรับ-ส่งบิทคอยน์ และเนื่องจากที่อยู่บิทคอยน์เหล่านี้ไม่มีการลงทะเบียน ผู้ใช้จึงสามารถใช้ทำธุรกรรมได้โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน ส่วนที่อยู่บิทคอยน์ ก็จะถูกเก็บไว้ในกระเป๋าใส่บิทคอยน์ ซึ่งมีไว้ใช้บริหารการออม