ชายเกาหลีเหนืออ้าง โดนกักตัวตามแผนสมรู้ร่วมคิดของรัฐบาลมาเลเซีย

เกาหลีเหนือ, ผู้ต้องสงสัย, ลอบสังหาร, คิม จอง นัม, มาเลเซีย, แผนลับ, เนรเทศ, รี จอง ชอล Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ รี จอง ชอล เดินทางถึงกรุงปักกิ่งเช้าตรู่วันเสาร์ (4 มี.ค.)

ผู้ต้องสงสัยชาวเกาหลีเหนือ ที่ถูกสอบปากคำในคดีสังหาร คิม จอง นัม พี่ชายต่างมารดาของผู้นำเกาหลีเหนือ กล่าวว่า เขาตกเป็นเหยื่อในแผนสมรู้ร่วมคิดของรัฐบาลมาเลเซียของทางการมาเลเซีย

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า รี จอง ชอล ให้สัมภาษณ์ที่หน้าสถานทูตเกาหลีเหนือในกรุงปักกิ่งของจีน เมื่อช่วงเช้าตรู่วันนี้ (4 มี.ค.) หลังจากถูกเนรเทศออกจากมาเลเซีย โดยระบุว่า การกักตัวเขา "เป็นแผนสมรู้ร่วมคิด" เพื่อ "ทำลายเกียรติยศของเกาหลีเหนือ"

รี จอง ชอล กล่าวหาทางการมาเลเซียว่า พยายามบีบบังคับให้เขารับสารภาพ ส่วนการปล่อยตัวมีขึ้นเนื่องจากตำรวจมาเลเซียระบุว่า มีหลักฐานไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม มาเลเซีย จะยังคงเดินหน้าการสอบสวนคดีสังหารคิม จอง นัม ซึ่งเป็นพี่ชายต่างมารดาของ คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือต่อไป หลังเหตุการณ์เกิดขึ้นที่สนามบินนานาชาติในกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อเกือบ 3 สัปดาห์ก่อน

รี จอง ชอล ซึ่งกล่าวว่า ไม่ได้อยู่ที่สนามบินในวันเกิดเหตุ เป็นชาวเกาหลีเหนือเพียงคนเดียวที่ถูกกักตัวเนื่องจากต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการสังหาร และขณะนี้ ทางการมาเลเซีย กำลังต้องการสอบปากคำชาวเกาหลีเหนือเพิ่มเติมอีกหลายคน รวมถึงเจ้าหน้าที่สถานทูตรายหนึ่งด้วย

Image copyright KYODO/AP
คำบรรยายภาพ รี จอง ชอล ถูกส่งตัวให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซีย และเนรเทศออกนอกประเทศเมื่อวันศุกร์ (3 มี.ค.)

รี จอง ชอล เคยอาศัยอยู่ในมาเลเซียมา 3 ปี แต่สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า เอกสารใบอนุญาตทำงานของเขา หมดอายุไปตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ซึ่งมุสตาฟา อาลี ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกล่าวว่า รี จอง ชอล ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่การทูตของเกาหลีเหนือ 2 คน พาออกนอกประเทศ ถูกขึ้นบัญชีดำไม่ให้กลับเข้ามาเลเซียอีก

ส่วนหญิง 2 ราย ที่ชื่อ ดวาน ถิ เฮือง จากเวียดนาม และสิตี ไอสิอะห์ ผู้ต้องสงสัยจากอินโดนีเซีย ถูกตั้งข้อหาเมื่อวันพฤหัสบดี (2 มี.ค.) ว่าฆาตกรรมนายคิม ด้วยการใช้สารวีเอ็กซ์ ซึ่งเป็นอาวุธเคมีต้องห้าม โดยทั้งสองคนอ้างว่า ทำไปเพราะเข้าใจว่ากำลังถ่ายทำรายการโทรทัศน์แกล้งคน และยังไม่ได้ให้การกับศาลอย่างเป็นทางการในคดีนี้

ด้านทางการมาเลเซีย ซึ่งออกมาประนามการใช้สารเคมีรุนแรงที่มีฤทธิ์ทำลายประสาทในการโจมตีนายคิม จอง นัม เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ แถลงว่ากำลังตรวจสอบบริษัทชื่อ โกลคอม (Glocom) ซึ่งเปิดทำการในมาเลเซียมาได้หลายปีแล้ว โดยตามรายงานลับขององค์การสหประชาชาติ บริษัทโกลคอม มีองค์กรข่าวกรองของเกาหลีเหนือบริหารงานอยู่ เพื่อใช้เป็นช่องทางขายอาวุธ และอุปกรณ์สื่อสารทหาร ซึ่งถือว่าละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ดวาน ถิ เฮือง จากเวียดนาม และสิตี ไอสิอะห์ จากอินโดนีเซีย ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมนายคิมเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ตำรวจมาเลเซีย แถลงเมื่อวันศุกร์ว่า ได้ออกหมายจับชายอายุ 37 ปีอีกคน ที่ชื่อ คิม อุ๊ก อิล ซึ่งเป็นพนักงานของสายการบินแอร์ โครยอ และเชื่อว่ายังอยู่ในประเทศมาเลเซีย

ส่วนรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่าทางการมาเลเซียได้เพิ่มมาตรการการตรวจสอบชาวเกาหลีเหนือที่จุดข้ามแดนทุกแห่ง เพื่อป้องกันผู้ต้องสงสัยหนีออกนอกประเทศด้วย และเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มาเลเซียได้ประกาศยกเลิกการเดินทางโดยไม่ต้องใช้วีซ่าสำหรับชาวเกาหลีเหนือแล้ว โดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย

แม้ทางการมาเลเซียจะยังไม่ได้กล่าวโทษเกาหลีเหนืออย่างชัดเจนในคดีสังหารดังกล่าว แต่ขณะนี้ ก็มีความแคลงใจในวงกว้างว่า รัฐบาลเกาหลีเหนืออาจอยู่เบื้องหลัง

ด้านเกาหลีเหนือ ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา และไม่ยอมรับผลการชันสูตรพลิกศพนายคิม จอง นัม โดยได้คัดค้านกระบวนการชันสูตรศพมาตั้งแต่ต้น และเรียกร้องให้มาเลเซียคืนศพด้วย นอกจากนี้ก็ยังไม่ยอมยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตคือ คิม จอง นัม หรือไม่ โดยยอมรับเพียงแค่ว่า ชายคนนี้เป็นชาวเกาหลีเหนือ โดยระหว่างที่เสียชีวิต นายคิม เดินทางด้วยหนังสือเดินทางที่ระบุชื่ออื่น