โฆษกโอบามาชี้ทรัมป์โวยวายเรื่องดักฟังเป็นเรื่อง "เหลวไหล"

โดนัลดท์ ทรัมป์, ประธานาธิบดี, สหรัฐฯ, บารัค โอบามา, ดักฟัง, เควิน ลูอิส Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ทรัมป์ทวีตข้อความต่อว่าโอบามาว่าเป็นคนไม่ดีอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา (4 มี.ค.)

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่ข้อความผ่านทวิตเตอร์เมื่อวานนี้ (4 มี.ค.) โดยกล่าวอ้างว่าเขาถูกรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ดักฟังโทรศัพท์ แต่ทรัมป์ไม่ได้ระบุหลักฐานสนับสนุนการกล่าวอ้างเรื่องดักฟังเพิ่มเติม ขณะที่โฆษกของโอบามาตอบโต้ว่าข้อกล่าวหาของทรัมป์ไม่เป็นความจริง

ทั้งนี้ ทรัมป์ยังทวีตด้วยว่าโอบามาดักฟังข้อมูลที่อาคารทรัมป์ทาวเวอร์ของเขา ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี และระบุว่านี่เป็น "ความตกต่ำครั้งใหม่" โดยพาดพิงถึง "คดีวอเตอร์เกตสมัยนิกสัน" คดีสุดอื้อฉาวทางการเมืองในปี 1972 ที่ส่งผลให้ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ต้องลาจากตำแหน่ง หลังจากสื่อได้เปิดโปงว่ามีการสอดแนม การเผยแพร่ข้อมูลทำลายคู่แข่ง รวมไปถึงการติดสินบนต่างๆ เกิดขึ้นในยุคนั้น และทรัมป์ยังได้เปรียบเทียบการดักฟังกับ "ลัทธิแมคคาร์ธี" ซึ่งหมายถึงการกวาดล้างคอมมิวนิสต์ในอเมริกาและพันธมิตรต่างๆ ในยุคทศวรรษ 50 ที่วุฒิสมาชิก โจ แมคคาร์ธี เป็นแกนนำ

อย่างไรก็ตาม นายเควิน ลูอิส โฆษกของนายบารัค โอบามา ยืนยันว่า "ไม่เคยมีคำสั่งให้ทำการสอดแนมประชาชนชาวอเมริกันรายใด ทั้งจากประธานาธิบดีโอบามาและเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว" โดยระบุว่า "กฎเหล็กในคณะบริหารของรัฐบาลโอบามา คือ ไม่มีเจ้าหน้าที่รายใดสามารถก้าวก่ายการสืบสวนอิสระของกระทรวงยุติธรรมได้" ซึ่งจากคำแถลงการณ์นี้ชี้ช่องความเป็นไปได้ว่าเหตุดักฟังดังกล่าวอาจเป็นการสืบสวนตามกระบวนการยุติธรรม

Image copyright TWITTER/@REALDONALDTRUMP

นอกจากนี้ นายเบน โรดส์ ที่ปรึกษานโยบายต่างประเทศและผู้เขียนปราศรัยของนายโอบามา ได้ออกมาโต้ทรัมป์ว่า "ไม่มีประธานาธิบดีคนไหนสามารถสั่งการดักฟังโทรศัพท์ใครได้ ข้อบังคับดังกล่าวถูกตั้งขึ้นมาเพื่อปกป้องประชาชนจากประธานาธิบดีแบบคุณไง"

ด้านนายมาร์ค เลวิน ผู้จัดรายการสถานีวิทยุฝ่ายอนุรักษ์นิยม นำข้อกล่าวหาที่นายทรัมป์เผยแพร่ผ่านทวิตเตอร์ไปสรุปเป็นข้อเรียกร้องให้มีการสอบสวนในชั้นสภา โดยกล่าวว่าอดีตประธานาธิบดีโอบามาใช้ระบบ "รัฐตำรวจ" แทรกแซงการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ และเว็บไซต์ข่าว "เบรทบาร์ทนิวส์" ซึ่งนายสตีฟ แบนนอน หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์ของทรัมป์เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นก่อนที่เขาจะได้รับตำแหน่งในทีมทรัมป์ สรุปข้อกล่าวหาของเลวินลงในสื่อออนไลน์ โดยระบุว่า:

  • รัฐบาลโอบามาพยายามหาทางและใช้อำนาจดักฟังทีมหาเสียงของทรัมป์ได้สำเร็จ และเฝ้าติดตามดูทีมทรัมป์อย่างต่อเนื่องแม้ไม่พบหลักฐานและการกระทำผิดใดๆ ก็ตาม
  • รัฐบาลโอบามาผ่อนปรนข้อบังคับของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (NSA) เพื่อให้มีการแบ่งปันข้อมูลที่เป็นหลักฐานระหว่างหน่วยงานรัฐบาลได้
Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เจฟ เซสชันส์ รมว.ยุติธรรมในรัฐบาลทรัมป์ ถูกกดดันให้ลาออกหลังถูกเปิดเผยว่าเคยติดต่อกับรัสเซียในช่วงก่อนรับตำแหน่ง

เมื่อไม่นานมานี้ ทรัมป์ถูกกดดันจากหน่วยสืบสวนสอบสวนกลาง (FBI) และ NSA หลังจากทีมของทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าติดต่อกับรัฐบาลรัสเซียระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง โดยสื่อสหรัฐฯ หลายสำนักรายงานว่ามีการขออนุมัติหมายศาลตามอำนาจของรัฐบัญญัติสอดส่องข่าวกรองต่างประเทศ (FISA) ให้เจ้าหน้าที่รัฐติดตามสมาชิกในทีมทรัมป์ที่ต้องสงสัยว่ามีปฏิสัมพันธ์ที่ผิดปกติกับหน่วยงานรัสเซียได้

คำร้องขออนุมัติให้ติดตามสอดส่องทีมทรัมป์ถูกยื่นต่อศาลครั้งแรกในช่วงฤดูร้อน แต่ถูกปฏิเสธ และมีการยื่นคำร้องอีกครั้งก่อนที่ศาลจะอนุมัติในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีหน่วยงานรัฐบาลใดๆ ออกมายืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริงหรือไม่ และไม่อาจระบุได้ว่ามีการอนุมัติให้ดำเนินการสอบสวนทีมทรัมป์อย่างเต็มรูปแบบหรือไม่

ทั้งนี้ ฝ่ายพรรคเดโมแครตมองว่าทรัมป์ตั้งใจทวีตกล่าวหาโอบามาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากกรณีที่สมาชิกในทีมทรัมป์หลายคนถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์กับรัสเซีย โดยนางแนนซี่ เพโลซี่ แกนนำ ส.ส.พรรคเดโมแครตกล่าวว่า "จอมบิดเบือนตัวพ่อก่อเรื่องอีกแล้ว"

Image copyright MOLLY RILEY/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์หลายร้อยคนเดินขบวนตามเมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 4 มี.ค.

ความเคลื่อนไหวอื่นๆ ในวันเสาร์ที่ผ่านมา (4 มี.ค.):

  • สำนักข่าวเอบีซีอ้างอิงคำกล่าวจากแหล่งข่าวอาวุโสประจำทำเนียบว่า ทรัมป์โกรธ "หัวฟัดหัวเหวี่ยง" ในการประชุมเมื่อวันศุกร์ (3 มี.ค.) ที่ผ่านมา หลังจากนายเจฟฟ์ เซสชันส์ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ถอนตัวออกจากการกำกับดูแลการไต่สวนของ FBI ทุกกรณีที่เกี่ยวกับรัสเซีย
  • สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นและสำนักข่าวโพลิติโกรายงานว่าทรัมป์จะลงนามคำสั่งพิเศษประธานาธิบดีครั้งใหม่ เพื่อสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนจากประเทศมุสลิมเดินทางเข้าประเทศโดยเร็วที่สุดในวันจันทร์นี้ หลังจากคำสั่งครั้งก่อนถูกระงับในชั้นศาล
  • ผู้สนับสนุนทรัมป์หลายร้อยคนได้ออกมาเดินขบวนตามเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมชูป้ายสนับสนุนที่เขียนว่า "จิตวิญญาณแห่งอเมริกา"
Image copyright Alex Wong/Getty Images

รัฐบัญญัติสอดส่องข่าวกรองต่างประเทศ (FISA) คือ?

  • ถูกบัญญัติขึ้นเมื่อปี 1978 เพื่อกำหนดระเบียบข้อบังคับในการสอดส่องทางกายภาพและการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ของเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองต่างประเทศ
  • มีเป้าหมายเพื่อกำกับดูแลโครงการสอดแนมต่างประเทศ แต่สามารถนำมาใช้กับพลเมืองอเมริกันได้เช่นกัน
  • ประธานาธิบดีไม่สามารถออกคำสั่งอนุมัติการสอดส่องโดยอ้างอำนาจตามรัฐบัญญัติ FISA ได้
  • เจ้าหน้าที่จากกระทรวงยุติธรรมต้องได้รับอนุมัติจากศาล FISA ก่อนถึงจะดำเนินการสอดส่องได้