โอบามาสั่งดักฟังโทรศัพท์ทรัมป์ได้จริงหรือไม่ ?

นายทรัมป์กล่าวหานายโอบามาว่า สั่งการให้ดักฟังโทรศัพท์ภายในตึกทรัมป์ ทาวเวอร์ ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นายทรัมป์กล่าวหานายโอบามาว่า สั่งการให้ดักฟังโทรศัพท์ภายในตึกทรัมป์ ทาวเวอร์ ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว

หลายฝ่ายออกมาคัดค้านข้อกล่าวหาของผู้นำสหรัฐฯที่ว่าอดีตประธานาธิบดีโอบามาสั่งดักฟังโทรศัพท์ โดยอ้างว่ามีข้อจำกัดมากมายในกระบวนการยุติธรรมที่ทำให้ไม่อาจออกคำสั่งเช่นนั้นได้

หลังผู้นำสหรัฐฯคนใหม่ออกมาเรียกร้องให้สอบสวนอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา โดยกล่าวหาว่าสั่งการให้ดักฟังโทรศัพท์ของเขาภายในตึกทรัมป์ ทาวเวอร์ ระหว่างการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีเมื่อปีที่แล้ว ก็มีทั้งเสียงสนับสนุนและคัดค้านข้อกล่าวหานี้จากหลายฝ่าย บางคนตั้งคำถามว่า มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดที่จะอนุมัติคำสั่งดักฟังโทรศัพท์ภายใต้ระเบียบกระบวนการยุติธรรมที่มีการควบคุมอย่างเคร่งครัด ทั้งฝ่ายนายทรัมป์เองก็ยังไม่มีหลักฐานมาแสดงว่ามีการดักฟังเกิดขึ้นจริง

นายเจมส์ คอมีย์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอปฏิเสธว่า ไม่เคยมีการดักฟังโทรศัพท์ของนายทรัมป์ และร้องขอให้กระทรวงยุติธรรมแถลงยืนยันในเรื่องนี้ด้วย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของเอฟบีไอที่ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ผิดกฎหมาย ส่วนนายเจมส์ แคลปเปอร์ อดีตผู้อำนวยการงานข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะที่นายทรัมป์อ้างว่าเกิดเหตุดักฟังขึ้นนั้น ระบุว่าหากมีหมายคำสั่งศาลที่อนุมัติให้ดักฟังนายทรัมป์ได้จริง เขาจะต้องได้เห็นหมายศาลนั้นแน่นอน แต่ขอยืนยันว่าไม่มีการดักฟังเกิดขึ้นแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการข่าวกรองของสภาคองเกรสซึ่งพรรครีพับลิกันรั้งตำแหน่งประธานอยู่บอกว่า จะดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้ตามที่นายทรัมป์ร้องขอ โดยถือเป็นการขยายขอบเขตการสอบสวนกรณีที่เชื่อว่ารัสเซียเข้าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯเพื่อหนุนให้นายทรัมป์ได้ชัยชนะ ซึ่งคณะกรรมาธิการข่าวกรองฯได้ดำเนินการสอบสวนมาก่อนระยะหนึ่งแล้ว

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ นายเจมส์ คอมีย์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอปฏิเสธว่า ไม่เคยมีการดักฟังโทรศัพท์ของนายทรัมป์

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านกระบวนการยุติธรรมเผยว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้นำสหรัฐฯจะสามารถออกคำสั่งให้ดักฟังโทรศัพท์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยนายจอช เออร์เนสต์ อดีตโฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยว่า ผู้นำสหรัฐฯคนปัจจุบันอาจไม่ทราบว่าประธานาธิบดีไม่มีอำนาจสั่งการเด็ดขาดให้ดักฟังพลเมืองอเมริกันคนใดก็ได้ แต่ต้องให้เจ้าหน้าที่เอฟบีไอและเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม ร่วมกันยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อแสดงเหตุผลหนักแน่นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการดักฟัง และต้องให้ศาลมีหมายอนุญาตเสียก่อน

ในกรณีของนายทรัมป์นี้ หากมีการดักฟังโทรศัพท์จริง จะต้องมีการออกหมายคำสั่งจากศาลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายการแสวงหาข่าวกรองต่างชาติ (FISA) เสียก่อน เนื่องจากเชื่อว่าการดักฟังมีจุดมุ่งหมายเพื่อล้วงข้อมูลความเกี่ยวข้องระหว่างตัวนายทรัมป์และธนาคารรัสเซียสองแห่ง แต่ยังไม่ปรากฏว่ามีการออกหมายศาลดังกล่าวแต่อย่างใด ส่วนกรณีเดียวที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯจะออกคำสั่งให้ดักฟังโทรศัพท์ได้โดยไม่ต้องขอหมายศาลนั้น จะต้องเป็นกรณีที่ไม่เกี่ยวข้องกับพลเมืองอเมริกันเท่านั้น

มูลเหตุของการที่นายทรัมป์กล่าวหานายโอบามาว่าดักฟังโทรศัพท์ในครั้งนี้ อาจมาจากรายงานของสื่อหลายสำนักเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ที่อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษผู้หนึ่งเผยว่ามีการออกคำสั่งจากศาล FISA ให้ดักล้วงข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ส่วนบุคคลและดักจับความเคลื่อนไหวของธนาคารรัสเซียสองแห่งได้ แต่รายงานดังกล่าวไม่ได้เอ่ยถึงการดักฟังโทรศัพท์และเอ่ยถึงตัวนายทรัมป์แต่อย่างใด