ชี้โลกสิ้นแมมมอธขนยาวฝูงสุดท้ายเพราะกรรมพันธุ์บกพร่อง

แมมมอธขนยาวมีชีวิตอยู่ในยุคน้ำแข็งครั้งล่าสุดและสูญพันธุ์ไปเมื่อ 4,000 ปีก่อน Image copyright SPL
คำบรรยายภาพ แมมมอธขนยาวมีชีวิตอยู่ในยุคน้ำแข็งครั้งล่าสุดและสูญพันธุ์ไปเมื่อ 4,000 ปีก่อน

ผลการศึกษาล่าสุดพบว่า แมมมอธขนยาวฝูงสุดท้ายของโลกต้องสูญพันธุ์ไป เพราะสะสมยีนที่บกพร่องไว้จำนวนมากเมื่อประชากรลดน้อยลง

ผลการศึกษาดีเอ็นเอของช้างแมมมอธขนยาวฝูงสุดท้ายของโลก ที่เคยมีชีวิตอยู่บนเกาะ Wranger ในมหาสมุทรอาร์กติกเมื่อ 4,000 ปีก่อนชี้ว่า พวกมันต้องสูญพันธุ์ไปเพราะโรคทางกรรมพันธุ์ ซึ่งเกิดจากการสะสมยีนที่บกพร่องและกลายพันธุ์ในทางที่ไม่ดีไว้จำนวนมากเมื่อจำนวนประชากรลดน้อยลง

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์ ของสหรัฐฯ เผยแพร่ผลการศึกษาดังกล่าวในวารสาร PLOS Genetics โดยระบุว่าได้นำดีเอ็นเอจากฟอสซิลของแมมมอธขนยาวฝูงดังกล่าว มาศึกษาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของแมมมอธขนยาวรุ่นที่มีชีวิตอยู่ก่อนหน้านั้นเมื่อราว 45,000 ปีก่อน พบว่าดีเอ็นเอของแมมมอธรุ่นหลังมีการกลายพันธุ์และมีจุดบกพร่องในการผลิตซ้ำดีเอ็นเออยู่จำนวนมาก โดยมีส่วนที่ตกไปจากการทำสำเนาดีเอ็นเอเป็นแถบใหญ่หลายจุด ซึ่งบางส่วนส่งผลกระทบต่อการทำงานของยีนที่ปกติดีด้วย

นักวิจัยคาดว่าความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ดังกล่าวทำให้แมมมอธขนยาวฝูงนี้มีขนเงางามและนุ่มลื่นเหมือนแพรไหม ซึ่งต่างไปจากแมมมอธขนยาวรุ่นก่อน ๆ แต่กลับมีความบกพร่องทางประสาทรับกลิ่น เนื่องจากมีตัวรับกลิ่นในโพรงจมูกน้อยลง ทั้งยังไม่สามารถผลิตสารในปัสสาวะที่บ่งบอกถึงสถานะทางสังคมและช่วยดึงดูดเพศตรงข้าม ทำให้พวกมันแยกตัวอยู่โดดเดี่ยวมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้แมมมอธฝูงนี้สูญพันธุ์ไปในที่สุด

ดร. รีเบคาห์ โรเจอร์ส ผู้นำคณะวิจัยบอกว่า กรณีนี้ถือเป็น "การล่มสลายทางพันธุกรรม" ในสัตว์ชนิดพันธุ์เดียวกรณีแรกของโลก โดยข้อบกพร่องทางพันธุกรรมจำนวนมากในฝูงมาจากการที่แมมมอธขนยาวมีประชากรลดน้อยลง จนถึงจุดที่กระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติไม่สามารถทำงานขจัดพันธุกรรมที่บกพร่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร. โรเจอร์ส ยังบอกว่า ข้อคิดที่ได้จากผลการศึกษานี้ สามารถนำไปปรับใช้ในงานอนุรักษ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ทั่วโลกเช่น แพนด้า กอริลลาภูเขา และช้างอินเดียได้ โดยต้องพยายามป้องกันไม่ให้สัตว์เหล่านี้ลดจำนวนประชากรในธรรมชาติลงมากจนเกินไป จนเกิดการสะสมลักษณะทางพันธุกรรมที่ไม่ดีซึ่งนำไปสู่การสูญพันธุ์ในที่สุด ส่วนการเพิ่มจำนวนประชากรสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ชนิดที่มีน้อยเกินไปอยู่แล้วให้กลับมีมากขึ้น จะไม่ช่วยแก้ปัญหาทางพันธุกรรมนี้ได้แต่อย่างใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง