เปอโยต์-ซีตรอง จ่าย 8.25 หมื่นล้านบาท ซื้อกิจการ จีเอ็ม ในยุโรป

โรงงานผลิตรถยนต์ Image copyright Vauxhall

พีเอสเอ กรุ๊ป ผู้ผลิตเปอโยต์และซีตรองกลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับสองของยุโรปรองจากโฟล์คสวาเกน หลังประกาศเข้าซื้อกิจการบริษัทโอเปิล และวอกซ์ฮอลล์ ของจีเอ็มในยุโรปที่ไม่มีกำไรมาตั้งแต่ปี 1999 ข้อตกลงมูลค่า 2.2 พันล้านยูโร นี้ทำให้เกิดความกังวลว่าจะมีการปรับลดตำแหน่งงานในบริษัทวอกซ์ฮอลล์ โดยโรงงานในเมืองท่าแอลล์สแมร์ และเมืองลูตัน มีพนักงานประมาณ 4,500 คน

คาลอส ทาวาเรส ประธานคณะผู้บริหารของพีเอสเอ กล่าวในแถลงการณ์ว่า "เรามั่นใจว่า แรงสนับสนุนของเราจะทำให้การเปลี่ยนแปลงโอเปิล/วอกซ์ฮอลล์ เป็นไปได้เร็วขึ้น ในขณะที่ยังเคารพหน้าที่รับผิดชอบที่จีเอ็มมี ต่อพนักงานของโอเปิล/วอกซ์ฮอลล์"

Image copyright VAUXHALL

พีเอสเอ กล่าวว่าจะทำให้แบรนด์ โอเปิลและวอกซ์ฮอลล์ กลับมามีกำไรให้ได้ และคาดว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ปีละ 1.47 พันล้านปอนด์ (64.02 พันล้านบาท) ภายในปี 2026 โดยจะตัดลดค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ลงภายในปี 2020

นายทาวาเรส กล่าวกับ บีบีซี ว่า เขาเชื่อมั่นในตัวพนักงานวอกซ์ฮอลล์ ในการทำงาน "อย่างสร้างสรรค์" กับพีเอสเอ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ "ตราบใดที่เราปรับปรุงประสิทธิภาพและสร้างผลงานที่เยี่ยมยอด ก็ไม่มีความเสี่ยงใดที่ต้องกลัว"

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ประธานคณะผู้บริหารของพีเอสเอเชื่อมั่นในตัวพนักงานวอกซ์ฮอลล์ ในการทำงาน “อย่างสร้างสรรค์”

การต่อสู้ทั้งวันทั้งคืน

พนักงานวอกซ์ฮอลล์รายหนึ่ง ในเมืองแอลล์สแมร์ พอร์ท กล่าวว่าผู้สื่อข่าวว่า "คิดว่านี่เป็นข้อตกลงที่ดี สำหรับสถานะปัจจุบันของพนักงานจีเอ็มและวอกซ์ฮอลล์ แต่ยังสงสัยว่าจะมีอนาคตสำหรับลูกจ้างรุ่นใหม่หลังปี 2021 หรือไม่"

ปีหน้านี้ พีเอสเอ จะตัดสินใจว่าจะใช้โรงงานไหนในการผลิตรถยนต์แอสตร้า รุ่นใหม่ ที่ปัจจุบันผลิตอยู่ในสหราชอาณาจักรซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งเจรจาออกจากสหภาพยุโรป

ด้านเล็น แม็คคัลสกี้ เลขาธิการสหภาพแรงงานยูไนท์ กล่าวว่า ทางสหภาพฯ จะทำงานตลอด "ทั้งวันทั้งคืน" เพื่อต่อสู้ให้กับพนักงานของวอกซ์ฮอล์ ซึ่งทำงานในโรงงานที่เมืองแอลล์สแมร์ พอร์ท และลูตัน

คำบรรยายภาพ โรงงานผลิตรถยนต์วอกซ์ฮอลล์ในเมืองแอลล์สแมร์ พอร์ท

นอกจากนี้ก็ยังมีพนักงานอีกหลายพันคน ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในโชว์รูม และห่วงโซ่อุปทานของวอกซ์ฮอลล์ ที่ต้องพึ่งพาการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ด้วย โดยรถรุ่นแอสตร้า ในปัจจุบัน ที่ผลิตที่โรงงานในเมืองแอลล์สแมร์ พอร์ท จะมีไปจนถึงปี 2020/ 2021 แต่ภายในช่วงนี้ของปีหน้า หรือกลางปีหน้า ทางโรงงานก็จำเป็นต้องหาหลักประกันในการผลิตรถยนต์รุ่นต่อไปด้วย ซึ่งแม็คคัลสกี้ กล่าวว่า เป็นความท้าทายมาก และ "อยากเรียกร้องให้รัฐบาล ยืนยันความแน่นอนว่า จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเจรจา อย่างที่รัฐบาลฝรั่งเศส และเยอรมนี จะทำ เพื่อต่อสู้ให้กับแรงงานของตน"

ผลกระทบจากเบร็กซิท

อย่างที่ปรากฎว่า เมื่อวันอาทิตย์ (5 มี.ค.) ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ได้หารือกับแมรี่ บาร์รา ประธานบริษัทจีเอ็ม โดยได้กล่าวย้ำว่า อยากให้มีหลักประกันเรื่องการจ้างงานที่โรงงานทั้งสองแห่งในระยะยาว ซึ่งในแถลงการณ์จากสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า "นางบาร์รา พูดชัดเจนว่า วอกซ์ฮอลล์ จะยังคงเป็นแบรนด์ของสหราชอาณาจักร และการซื้อขายดังกล่าว จะยอมรับและเคารพข้อตกลงทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องแรงงาน"

Image copyright PA

อย่างไรก็ตาม เซอร์วินซ์ เคเบิ้ล อดีตรัฐมนตรีกระทรวงธุรกิจ กล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับตำแหน่งงาน จากการที่รัฐบาล "ขาดพันธสัญญาต่อสหภาพศุลกากร และตลาดร่วม"

"ชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ ต้องถูกส่งข้ามไปมาระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำให้ถูกเรียกเก็บภาษีได้ และวอกซ์ฮอลล์มีโอกาสต้องแบกรับภาระนี้ เนื่องจากทางบริษัทส่งออกผลผลิตประมาณร้อยละ 80 ไปยังสหภาพยุโรป" ซึ่งจะส่งผลกระทบต่างความสามารถในการแข่งขันกับโรงงานในเยอรมนีในอนาคต

ความยุ่งยากที่ยิ่งใหญ่

ศ.ปีเตอร์ เวลล์ส จากภาควิชาธุรกิจ มหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ กล่าวว่า "คาร์ลอส ทาวาเรส แห่งพีเอสเอ ตั้งเป้าจะลดค่าใช้จ่ายให้ได้ปีละ 2 พันล้านดอลลาร์ ดังนั้นจะต้องมีบางสิ่งถูกตัดออก โดยพีเอสเอ จะเข้ามารับมรดกในธุรกิจที่เต็มไปด้วยความยุ่งยากวุ่นวาย ทำให้ต้องหาสิ่งที่จะทำให้อยู่รอดได้ในการเดินหน้าต่อ"

Image copyright PA

ด้านแมรี่ บาร์รา ประธานบริษัทจีเอ็ม กล่าวว่า การขายโอเปิลและวอกซ์ฮอลล์ เป็นการตัดสินใจที่ลำบาก และยืนยันว่าบริษัทมีโอกาสไม่ขาดทุนในปี 2016 หากสหราชอาณาจักรไม่ตัดสินใจออกจากสหภาพยุโรป ซึ่งทำให้ค่าเงินปอนด์ดิ่งลง