"แท็กซี่ดำลอนดอน" รุ่นไร้มลพิษวิ่งทดสอบความอึดขั้วโลกเหนือ

รถแท็กซี่สีดำสัญลักษณ์ของกรุงลอนดอน
คำบรรยายภาพ รถแท็กซี่สีดำซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกรุงลอนดอน ถูกพรางตาขณะวิ่งทดสอบด้วยลวดลายสีขาวชั่วคราว เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบโดยคู่แข่ง

มีการนำรถแท็กซี่สีดำของกรุงลอนดอนรุ่นใหม่ ที่เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ไฟฟ้าและไม่ปล่อยไอเสีย ออกวิ่งทดสอบในสภาวะหฤโหดของพื้นที่บริเวณขั้วโลกเหนือ เพื่อดูถึงประสิทธิภาพในการวิ่งเป็นระยะทางไกลในอุณหภูมิต่ำจนติดลบนับสิบองศาเซลเซียส

รถแท็กซี่สีดำซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกรุงลอนดอนรุ่นใหม่นี้ มีรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนเดิมทุกประการ แต่ได้รับการออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหามลพิษทางอากาศในกรุงลอนดอน ซึ่งก่อนหน้านี้คาดว่ารถแท็กซี่เครื่องยนต์ดีเซลมีส่วนสำคัญในการทำให้เกิดมลพิษทางอากาศถึง 15% ในเขตกรุงลอนดอนชั้นใน โดยปล่อยก๊าซพิษไนโตรเจนอ็อกไซด์ รวมทั้งเขม่าควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เป็นอันตรายอีกราว 31% ด้วย

รถแท็กซี่สีดำรุ่นใหม่ถูกนำออกวิ่งทดสอบในพื้นที่เส้นวงกลมอาร์กติกเซอร์เคิลของประเทศนอร์เวย์ โดยในระหว่างการทดสอบ มีการอำพรางตัวรถยนต์ด้วยลวดลายสีขาวเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบโดยคู่แข่ง ผลการทดสอบเบื้องต้นพบว่าเครื่องยนต์เดินเงียบไร้เสียงรบกวน และวิ่งเป็นระยะทางไกลเกือบ 50 กิโลเมตรติดต่อกันได้โดยค่ามลพิษที่ออกมาจากรถเกือบเป็นศูนย์ เครื่องยนต์ไฟฟ้าของรถสามารถชาร์จไฟเพิ่มเติมได้บางส่วนในขณะวิ่งจากมอเตอร์ขนาดเล็กที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

การที่รถรุ่นนี้สามารถวิ่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ ทำให้เพิ่มโอกาสที่จะผลิตเพื่อส่งออกใช้ในทุกพื้นที่ทั่วโลก รวมทั้งในกรุงมอสโกของรัสเซีย โดยผู้ผลิตเผยว่ามีผู้สนใจสั่งซื้อรถแท็กซี่รุ่นนี้จากทั้งเยอรมนี สเปน และจีน โดยปัจจุบันมีสนนราคาอยู่ที่คันละกว่า 40,000 ปอนด์ (ราว 2 ล้านบาท) และทางกรุงลอนดอนมีแผนจะสร้างจุดชาร์จไฟด่วนเพื่อรองรับรถแท็กซี่รุ่นนี้ 150 จุดในปีหน้า และสร้างเพิ่มเป็นสองเท่าภายในอีกสามปีข้างหน้า

นายซาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน ได้วางนโยบายให้รถแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่ในปีหน้าต้องเป็นรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งหมด โดยจะมีการผลิตรถแท็กซี่สีดำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนี้ที่โรงงานใหม่ในเมืองโคเวนทรี ภายใต้การลงทุนจาก Geely ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถยนต์จากจีน อย่างไรก็ตาม ผู้ขับรถแท็กซี่ดำรุ่นเก่าในกรุงลอนดอนมองว่า การเปลี่ยนไปใช้รถรุ่นใหม่ราคาแพงเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า แม้จะเป็นรถที่ซื้อโดยผู้จดทะเบียนแท็กซี่รายใหม่ก็ตาม