กฎหมายเบร็กซิทผ่านสภาขุนนางแล้ว เตรียมประกาศใช้วันนี้

Image copyright PA
คำบรรยายภาพ ควีนจะทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างกฎหมายเบร็กซิทซึ่งจะประกาศใช้ในวันนี้ (14 มี.ค.)

สภาขุนนางของอังกฤษลงมติผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยการถอนตัวของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือที่เรียกกันว่ากฎหมายเบร็กซิท โดยมีมติเห็นชอบไม่แก้ไขเนื้อหาใด ๆ ในร่างกฎหมายที่มีการเสนอกันมาก่อนหน้านี้ ส่งผลให้รัฐบาลของสหราชอาณาจักรสามารถเริ่มกระบวนการถอนตัวจากอียู ตามมาตรา 50 แห่งสนธิสัญญาลิสบอนได้ในทันที

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบ็ธที่สอง จะทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างกฎหมายดังกล่าว และประกาศใช้เป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการภายในวันนี้ (14 มี.ค.) อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในทำเนียบนายกรัฐมนตรีบอกกับบีบีซีว่า นางเทเรซา เมย์ ผู้นำสหราชอาณาจักร จะยังไม่เดินหน้ากระบวนการเบร็กซิทภายในสัปดาห์นี้ แต่คาดว่าจะรอจนถึงสิ้นเดือนเพื่อแจ้งเริ่มกระบวนการถอนตัวต่ออียูอย่างเป็นทางการ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวนั้นคาดว่าจะใช้เวลานานถึงสองปีในการดำเนินการ

นายเดวิด เดวีส์ รัฐมนตรีผู้ดูแลกิจการเบร็กซิทแถลงว่า ในวันนี้รัฐสภาให้การสนับสนุนรัฐบาลสหราชอาณาจักรต่อความมุ่งมั่นเดินหน้ากระบวนการเบร็กซิทให้ลุล่วง โดยขณะนี้ถือว่าได้มาถึงปากประตูแห่งการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดเพื่อประเทศชาติในชั่วคนรุ่นนี้แล้ว

Image copyright PA
คำบรรยายภาพ นายเดวิด เดวีส์ รัฐมนตรีผู้ดูแลกิจการเบร็กซิทแถลงว่า รัฐสภาสนับสนุนรัฐบาลให้เดินหน้ากระบวนการถอนตัวจากอียู

ทั้งนี้ สภาขุนนางลงมติด้วยคะแนน 274 ต่อ 118 เสียงให้ผ่านร่างกฎหมายเบร็กซิท โดยไม่มีการแก้ไขเนื้อหาตามข้อเสนอของพรรคการเมืองบางพรรค ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเรียกร้องให้ร่างกฎหมายดังกล่าวรับประกันสถานะของพลเมืองอียูในสหราชอาณาจักรหลังเบร็กซิท และระบุให้รัฐสภามีสิทธิลงมติยับยั้งเมื่อไม่เห็นชอบต่อเนื้อหาข้อตกลงเบร็กซิทที่รัฐบาลเจรจากับอียูในอนาคต

บรรดากลุ่มการเมืองซึ่งรณรงค์ให้สหราชอาณาจักรถอนตัวจากการเป็นสมาชิกอียู ต่างแสดงความยินดีต่อการผ่านกฎหมายเบร็กซิทนี้ ในขณะที่นายเจเรมี คอร์บิน ผู้นำพรรคแรงงานระบุว่า เป็นเรื่องน่าผิดหวังอย่างยิ่งที่สภาขุนนางไม่ยอมแก้ไขเนื้อหาของกฎหมายเบร็กซิท แต่ตนจะยังคงเดินหน้าต่อสู้เพื่อสิทธิของพลเมืองอียูในสหราชอาณาจักรต่อไป