พบวิตามินบีอาจช่วยร่างกายต้านมลพิษทางอากาศได้

วิตามินบี, มลพิษ, ป้องกัน, ผลทดลอง, PNAS, ฮาร์วาร์ด, อาสาสมัคร, อากาศ, PM2.5 Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ฝุ่นละอองและไอเสียจากรถยนต์บนท้องถนนของกรุงนิวเดลีในอินเดียเป็นภัยต่อสุขภาพของมนุษย์

ผลทดลองเบื้องต้นในมนุษย์พบว่า วิตามินบีมีแนวโน้มจะช่วยป้องกันผลเสียต่อร่างกายที่เกิดจากมลพิษทางอากาศได้

นักวิจัยจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เผยแพร่ผลการทดลองเบื้องต้นในวารสารวิชาการ PNAS ซึ่งชี้ว่าการรับประทานวิตามินบีหลายชนิดในปริมาณสูง มีแนวโน้มจะช่วยให้ร่างกายมนุษย์สามารถต้านทานผลกระทบที่เกิดจากมลพิษทางอากาศได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมลพิษที่ไปเปลี่ยนแปลงหน่วยพันธุกรรมหรือยีน

มีการทดลองให้อาสาสมัคร 10 ราย รับประทานวิตามินเสริมขณะอยู่ในแหล่งที่มีมลพิษทางอากาศสูง โดยในตอนแรกได้ให้อาสาสมัครรับอากาศบริสุทธิ์และรับประทานยาหลอกก่อนเพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนในการทดลอง จากนั้นได้นำอาสาสมัครชุดเดิมไปยังแหล่งที่มีมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งที่มีอนุภาคฝุ่นละอองชื่อ PM2.5 อยู่สูง แล้วให้รับประทานวิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และกรดโฟลิกในปริมาณสูงทุกวันเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม

Image copyright SPL
คำบรรยายภาพ เตาเผาถ่านและฟืนยังเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศที่สำคัญโดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก

ผลการทดลองเบื้องต้นนี้พบว่า การรับวิตามินบีในปริมาณสูงเป็นประจำ สามารถต้านทานผลกระทบของมลพิษต่อร่างกายในระดับหน่วยพันธุกรรมหรือยีนได้อย่างมาก โดยช่วยจำกัดกระบวนการที่มลพิษจะไปเปลี่ยนแปลงการทำงานของยีนได้ราว 26-76 % ใน 10 ตำแหน่งของยีนบนโครโมโซม ทั้งยังช่วยต้านทานความเปลี่ยนแปลงของไมโทคอนเดรียลดีเอ็นเอได้เป็นส่วนใหญ่ด้วย

อย่างไรก็ตาม คณะผู้วิจัยเตือนว่าการทดลองนี้แสดงถึงแนวโน้มความเป็นไปได้เบื้องต้นในการใช้วิตามินบีต้านมลพิษทางอากาศเท่านั้น โดยยังคงต้องทำการทดลองเพื่อศึกษาต่อไปกับกลุ่มตัวอย่างที่มีจำนวนมากขึ้น และมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ การทดลองเบื้องต้นยังไม่ชี้ชัดว่า จำเป็นต้องได้รับวิตามินบีในปริมาณเท่าใดแน่จึงจะเพียงพอต่อการต้านทานมลพิษ เนื่องจากปริมาณวิตามินที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้สูงมากจนเกินมาตรฐานที่แนะนำแก่หญิงตั้งครรภ์ด้วยซ้ำ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้ประท้วงในมองโกเลียสวมหน้ากาก เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างจริงจังขึ้น

คณะผู้วิจัยยังมีแผนที่จะทำการทดลองขั้นต่อไปในเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเช่นกรุงปักกิ่ง กรุงเม็กซิโกซิตี้ และหลายเมืองในอินเดีย

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกระบุว่า ประชากรกว่า 90% ของโลก อาศัยอยู่ในเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงกว่ามาตรฐานความปลอดภัย โดยอนุภาคฝุ่นละอองที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 2.5 ไมโครเมตร หรือที่เรียกว่า PM2.5 นั้นถือว่ามีอันตรายมากที่สุด โดยอนุภาคที่มีขนาดเพียง 1 ใน 30 ส่วนของเส้นผมมนุษย์นี้ เกิดจากเครื่องยนต์ดีเซลและการเผาถ่านไม้ รวมทั้งการทำปฏิกิริยากันของก๊าซมลพิษอื่น ๆ สามารถเข้าสู่ปอดส่วนลึกของมนุษย์และสร้างความเสียหายให้ระบบทางเดินหายใจและหัวใจได้