ส.ส.อังกฤษซักยักษ์ใหญ่สื่อโซเชียลหากินจากเนื้อหาสร้างความเกลียดชัง

ผู้บริหารจากกูเกิ้ล เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ Image copyright PA
คำบรรยายภาพ ผู้บริหารจากกูเกิล เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ถูกซักถามโดยคณะกรรมาธิการตรวจสอบกิจการกระทรวงมหาดไทย

คณะกรรมาธิการตรวจสอบกิจการกระทรวงมหาดไทย สภาผู้แทนราษฎรอังกฤษ ระบุ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และกูเกิล ทำเงินได้หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะไม่คุมเนื้อหาที่สร้างความเกลียดชังดีพอ ด้านยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียโต้ทำงานหนักอยู่แล้วเพื่อคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการซักถาม นายชูกา อูมุนนา ส.ส.พรรคเลเบอร์ สมาชิกคณะกรรมาธิการฯ ได้ซักผู้บริหารของยูทิวบ์ กิจการส่วนหนึ่งของกูเกิล และกล่าวหาว่ายูทิวบ์ทำเงินจากวิดีโอที่ขายเนื้อหาสร้างความเกลียดชัง

ก่อนหน้านี้ นสพ.เดอะไทมส์ ของอังกฤษ ตรวจสอบพบว่ามีโฆษณาหลายชิ้นปรากฏอยู่เคียงข้างกับเนื้อหาที่มาจากผู้สนับสนุนแนวคิดสุดโต่ง โดยคนเหล่านี้ทำเงินได้เงินราว 6 ปอนด์ (ประมาณ 270 บาท) ต่อจำนวนผู้เข้าชม 1,000 คน ซึ่งยูทิวบ์ก็ได้เงินด้วยเช่นกัน

นายอูมุนนา กล่าวว่า เมื่อปีที่แล้ว (2559) ยูทิวบ์มีกำไรจากการดำเนินงานกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่มีกิจกรรมทางธุรกิจไม่มากนักที่เปิดให้คนเข้าร่วม และยังยอมรับอย่างเปิดเผยว่าทำเงินได้จากเนื้อหาที่สร้างความเกลียดชัง โดยคนที่เข้ามาใช้งานก็ได้เงินจากเนื้อหานี้ด้วย นายอูมุนนาเห็นว่าทางบริษัทยังไม่ทำงานหนักพอในการจัดการกับปัญหานี้

ด้านนายปีเตอร์ บาร์รอน รองประธานฝ่ายสื่อสารและกิจการสาธารณะของกูเกิลประจำยุโรป กล่าวต่อคณะกรรมาธิการว่า เงินที่ได้จากวิดีโอที่เป็นประเด็นเหล่านี้มีอยู่เพียงเล็กน้อยและบริษัทได้พยายามอย่างเต็มที่ในการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นางอีเวตต์ คูเปอร์ อ่านทวีตข้อความเหยียดเชื้อชาติและการโจมตีที่รุนแรงให้ผู้บริหารทวิตเตอร์ฟัง

ด้านนางอีเวตต์ คูเปอร์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ตั้งคำถามกับผู้บริหารของทวิตเตอร์ โดยยกตัวอย่างรายงานเรื่องที่ผู้ใช้คนหนึ่งทวีตข้อความเหยียดเชื้อชาติและการโจมตีที่รุนแรง ต่อบุคคลสำคัญทางการเมืองหลายคน เช่น นางแองเกลา แมร์เคิล ผู้นำเยอรมนี และนายซาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน แต่ถึงบัดนี้บุคคลดังกล่าวก็ยังมีรายชื่อเป็นผู้ใช้ทวิตเตอร์อยู่

นายนิค พิคเคิลส์ หัวหน้านโยบายสาธารณะและรัฐบาลของทวิตเตอร์ในอังกฤษ กล่าวว่าทางบริษัทยอมรับว่ายังไม่ได้ทำงานมากพอในการตอบสนองต่อรายงานจากผู้ใช้งาน รวมทั้งไม่มีการสื่อสารกลับไปยังผู้ใช้งานที่ส่งรายงานเข้ามา เขารับปากจะตรวจสอบโดยเฉพาะกรณีคุกคามที่รุนแรง

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของบีบีซี พบว่าขณะนี้บัญชีผู้ใช้งานรายดังกล่าวถูกพักการใช้งานชั่วคราวแล้ว หลังจากผู้บริหารทวิตเตอร์เข้าพบคณะกรรมาธิการฯ

ด้านนายไซมอน มิลเนอร์ จากเฟซบุ๊ก ยอมรับว่า การตรวจสอบของบีบีซีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเกี่ยวกับภาพเด็กที่ปรากฏอยู่บนเฟซบุ๊กแสดงให้เห็นว่าระบบของบริษัทไม่ทำงาน แต่ระบุว่าขณะนี้ได้มีการแก้ไขแล้ว