ศาลระงับคำสั่งห้ามพลเมือง 6 ประเทศเข้าสหรัฐฯ

คำสั่งพิเศษ, ประธานาธิบดี, สหรัฐฯ, โดนัลด์ ทรัมป์, ห้ามเข้าประเทศ, 6 ประเทศมุสลิม, ศาลรัฐบาลกลาง, ฮาวาย, ริค วัตสัน Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ คำสั่งห้ามพลเรือนจากประเทศมุสลิมเดินทางเข้าประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้เกิดการประท้วงทั่วสหรัฐฯ

ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ประจำรัฐฮาวาย มีคำวินิจฉัยให้ระงับคำสั่งพิเศษรอบใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ห้ามพลเมือง 6 ชาติเดินทางเข้าสหรัฐฯ​ เพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนคำสั่งดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในเวลาเที่ยงคืนของวันพฤหัสบดี (16 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ

ผู้พิพากษาเดอร์ริค วัตสัน แห่งศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ประจำรัฐฮาวาย กล่าวว่า "ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักฐาน" ที่รัฐบาลสหรัฐฯ อ้างถึงคำสั่งห้ามเข้าประเทศฉบับใหม่นี้ว่า เป็นเรื่องของความมั่นคงแห่งชาติ

คำสั่งนี้ห้ามพลเมืองจาก 6 ประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามเดินทางเข้าสหรัฐฯ เป็นเวลา 90 วัน และยังห้ามผู้ลี้ภัยเข้าประเทศ 120 วันด้วย โดยนายทรัมป์ ยืนยันว่า ทำไปเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ผู้ก่อการร้ายเข้าประเทศ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ที่ไม่เห็นด้วยก็มองว่า เป็นคำสั่งที่เลือกปฏิบัติ

ก่อนหน้านี้ คำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีเรื่องห้ามเดินทางฉบับเดิมที่ประกาศใช้เมื่อเดือนมกราคม ได้สร้างความสับสนและทำให้เกิดการประท้วงมาแล้ว จนผู้พิพากษาจากเมืองซีแอตเทิล ต้องออกมาสั่งระงับ

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวในการรณรงค์ที่เมืองแนชวิลล์ ว่าจะต่อสู้คำวินิจฉัยของศาล

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ เรียกคำวินิจฉัยนี้ว่าเป็น 'การใช้อำนาจมากเกินขอบเขตอย่างไม่เคยมีมาก่อนของฝ่ายตุลาการ' โดยเขากล่าวระหว่างการรณรงค์ที่เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี เมื่อเย็นวันพุธ (15 มี.ค.) ว่า คำวินิจฉัยของศาลที่ฮาวายทำให้สหรัฐฯ 'ดูอ่อนแอ' และจะต่อสู้เรื่องนี้ให้ถึงที่สุด ซึ่งรวมถึงในชั้นศาลสูง โดยกล่าวว่า 'เราจะเป็นฝ่ายชนะ'

ฮาวายเป็นหนึ่งในหลายรัฐที่กำลังพยายามระงับคำสั่งห้ามเดินทางเข้าประเทศดังกล่าว โดยนักกฎหมายอ้างว่า มีเนื้อหาที่ละเมิดรัฐธรรมนูญด้วยการเลือกปฏิบัติบนพื้นฐานของสัญชาติ รวมถึงจะก่อให้เกิดผลเสียต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว และการรับสมัครนักศึกษาและแรงงานจากต่างชาติ

ด้านบ๊อบ เฟอร์กูสัน ที่ปรึกษาด้านกฎหมายแห่งรัฐวอชิงตัน ที่ไปร่วมฟังการพิจารณาของศาลในเมืองซีแอตเทิล ซึ่งพยายามสกัดกั้นคำสั่งห้ามเดินทางดังกล่าว เรียกคำวินิจฉัยล่าสุดว่า 'เป็นข่าวดีมาก' ที่ได้เห็นความพยายามจากหลายรัฐในการทำงานเป็นทีมเพื่อยื่นคำร้องต่อศาล

Image copyright KENT NISHIMURA/AFP/Getty Images

นอกจากฮาวายแล้ว ศาลที่รัฐแมรี่แลนด์กำลังจะมีการพิจารณาระงับคำสั่งเดียวกันนี้ ซึ่งเหล่านักกฎหมายได้ย้ำต่อผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางว่า เป็นคำสั่งที่เลือกปฏิบัติต่อชาวมุสลิม

อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่า หลังจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐบาลกลางที่ฮาวายแล้ว กระบวนการต่อสู้ทางกฎหมายนี้จะเข้าสู้ขั้นตอนของการอุทธรณ์ต่อไป

ในคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีฉบับใหม่นี้ พลเมืองจาก 6 ประเทศ ที่อยู่ในคำสั่งฉบับแรกเมื่อวันที่ 27 มกราคม คือ อิหร่าน ลิเบีย ซีเรีย โซมาเลีย ซูดาน และเยเมน จะถูกห้ามเข้าสหรัฐฯ เป็นเวลา 90 วันอีกครั้ง ส่วนอิรัก ทางทำเนียบขาวให้ข้อมูลว่า ได้ถอดชื่อออกไป หลังรัฐบาลอิรักหันมาเพิ่มมาตรการคัดกรองวีซ่าและการแบ่งปันข้อมูล

นอกจากนี้ ก็ยังยกเลิกการห้ามผู้ลี้ภัยชาวซีเรียทั้งหมดเข้าประเทศ และระบุว่าผู้ที่มีใบอนุญาตถิ่นพำนักในสหรัฐฯ หรือกรีนการ์ด ซึ่งมาจากประเทศในรายชื่อ ก็จะไม่ได้รับผลกระทบด้วย และขณะนี้มีมากกว่า 6 รัฐในสหรัฐฯ ที่หันมาร่วมมือดำเนินการทางกฎหมายเพื่อสกัดคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีเรื่องคำสั่งห้ามพลเรือนจากประเทศมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐฯ

กลับมาพิจารณาที่จุดเริ่มต้น: โดย แอนโธนี่ ซูร์เชอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี

คำสั่งห้ามเข้าประเทศฉบับแรกของโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกศาลระงับเนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าจะละเมิดสิทธิอันชอบธรรมของผู้ที่มีเอกสารอนุญาตให้มีถิ่นพำนักในสหรัฐฯ และผู้ที่มีวีซ่า

ในการตัดสิน ศาลรัฐบาลกลางที่ฮาวายใช้คำพูดของนายทรัมป์และที่ปรึกษามาค้านคำสั่งดังกล่าว โดยผู้พิพากษาเดอร์ริค วัตสัน กล่าวว่า คำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีฉบับนี้ แยกไม่ออกจากบริบทของการรณรงค์หาเสียงก่อนหน้านี้ ที่พูดถึง 'การกีดกันชาวมุสลิม' ซึ่งการเลือกปฏิบัติต่อชาวมุสลิมบางกลุ่ม ก็เป็นความบกพร่องทางกฎหมายพอ ๆ กับคำสั่งที่กีดกันชาวมุสลิมทั้งหมด

ถึงตอนนี้ รัฐบาลทรัมป์ จะต้องกลับมาพิจารณาร่างคำสั่งใหม่ หรือไม่ก็กลับไปต่อสู้ตามขั้นตอนทางกฎหมายอีกครั้ง แบบเดียวกับที่คำสั่งฉบับแรกถูกศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์สั่งระงับมาแล้ว