รมว.ตปท.สหรัฐฯ กับภารกิจท้าทายในเอเชีย

นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน Image copyright Getty Images

นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมือง กำลังอยู่ระหว่างเยือนเอเชียอย่างเป็นทางครั้งแรก โดยจะพบปะผู้นำหลายประเทศที่เป็นคู่ขัดแย้งเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ซึ่งมหาอำนาจอย่างจีนอาจจะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะไขปัญหานี้ ทว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่กำลังตึงเครียดอยู่ในขณะนี้ ส่วนหนึ่งก็เกิดจากการแสดงความเห็นของนายทิลเลอร์สันเอง ดังนั้นการเยือนครั้งนี้จึงถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญ

รมว.ต่างประเทศที่ค่อนข้างเก็บตัว

ในช่วงเดือนแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง นายทิลเลอร์สัน ค่อนข้างเก็บตัว และไม่มีการให้ข่าวใด ๆ นอกจากพูดตามแถลงการณ์ที่เตรียมไว้แล้วเท่านั้น ขณะที่ความหวังที่นักข่าวจะได้พบนายทิลเลอร์สันมากขึ้นในระหว่างเดินทางเยือนเอเชีย ก็พังทลายลง เพราะเขาไม่ให้สื่อประจำกระทรวงติดตามไปด้วย ยกเว้นผู้สื่อข่าวของดิอินดิเพนเดนต์เจอร์นัลรีวีว เว็บไซต์อนุรักษ์นิยมแห่งหนึ่ง ที่ได้ตามคณะไปด้วย ซึ่งกระทรวงต่างประเทศให้เหตุผลว่าเครื่องบินที่ใช้เดินทางไปมีขนาดเล็ก

Image copyright AP

การเยือนครั้งนี้ถูกมองว่ามีความสำคัญ เพราะนายทิลเลอร์สันจะพยายามเสริมสร้างสัมพันธ์ทางการทูตในระดับสูงในภูมิภาคที่สัมพันธ์สั่นคลอนเพราะการแสดงความเห็นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นทวีตข้อความว่าจีนควรถูกประณามที่สร้างสิ่งปลูกสร้างของกองทัพในทะเลจีนใต้ หรือการระบุว่าเกาหลีใต้ร่ำรวยเพราะสหรัฐฯ และสหรัฐฯ เป็นผู้ปกป้องเกาหลีใต้ เขายังกล่าวหาญี่ปุ่นว่าปั่นค่าเงินด้วย

ความเห็นเหล่านี้ได้นำไปสู่ความไม่แน่ใจในเรื่องทิศทางนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่นายทิลเลอร์สันต้องรับมือ

ประเด็นเกาหลีเหนือ

การเยือนของนายทิลเลอร์สันเริ่มที่ญี่ปุ่น ซึ่งน่าจะง่ายที่สุดในบรรดาประเทศที่จะต้องเยือนครั้งนี้ โดยเขาได้พบปะกับนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าสองชาติควรมีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ร่วมกันในการดำเนินการกับเกาหลีเหนือ ซึ่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง

Image copyright Getty Images

ทั้งญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งสหรัฐฯ มีกองกำลังประจำการอยู่เป็นจำนวนมาก ตั้งอยู่ภายในระยะที่ขีปนาวุธของเกาหลีเหนือจะโจมตีได้ แต่ประเทศที่กุมอำนาจ และสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อเกาหลีเหนือได้คือ จีน พันธมิตรเพียงชาติเดียวของเกาหลีเหนือ ซึ่งคาดว่า นายทิลเลอร์สันน่าจะเรียกร้องให้จีนดำเนินการใด ๆ มากขึ้น นอกเหนือจากที่ได้ออกมาเรียกร้องให้เกาหลีเหนือยุติการทดสอบขีปนาวุธ และระงับการนำเข้าถ่านหินจากเกาหลีเหนือมาแล้ว

สำหรับสหรัฐฯ เองได้ส่งระบบต่อต้านขีปนาวุธ Thaad ไปประจำการในเกาหลีใต้ เพื่อป้องกันการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ แต่เรดาร์ของระบบต่อต้านขีปนาวุธนี้ก็มีพิสัยที่ไกลมากจนไปถึงเขตประเทศจีน

ปัญหาทะเลจีนใต้

การสร้างเกาะเทียมของจีน กับการพัฒนาขีดความสามารถในการป้องกันตัวเองในทะเลจีนใต้เป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง

Image copyright AMTI
คำบรรยายภาพ จีนระบุว่าอาคารที่จีนสร้างมีความชอบธรรม และอาคารของกองทัพก็สร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัว

นายทิลเลอร์สันเองเคยกล่าวว่าสหรัฐฯ ต้องส่งสัญญาณที่ชัดเจนให้จีนรู้ว่าจะต้องหยุดสร้างเกาะเทียมและจีนไม่ควรได้รับอนุญาตให้เข้าถึงเกาะเหล่านั้น นายทิลเลอร์สันถึงขั้นเทียบเคียงกับกรณีที่รัสเซียผนวกดินแดนไครเมียของยูเครนมาเป็นของตน

ความเห็นนี้ของนายทิลเลอร์สันอาจได้รับการชื่นชมจากญี่ปุ่นและประเทศคู่ขัดแย้งกับจีนในเรื่องการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนในทะเลจีนใต้ แต่อาจทำให้การเจรจากับจีนยากขึ้นไปอีก และสื่อของทางการจีนเคยเตือนแล้วว่าการกระทำของนายทิลเลอร์สันอาจก่อให้เกิดการเผชิญหน้าที่สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงได้

Image copyright Getty Images

การค้าและกลยุทธ์

แม้นายทิลเลอร์สันจะสามารถทำให้ข้อพิพาทเรื่องทะเลจีนใต้สงบลง และโน้มน้าวให้รัฐบาลจีนเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อต้านเกาหลีเหนือได้ แต่ก็ยังมีอีกประเด็นที่เป็นปัญหาคือเรื่องเศรษฐกิจ

การถอนตัวออกจากข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ ทีพีพี ซึ่งเป็นข้อตกลงการค้ากับญี่ปุ่นและอีก 11 ชาติ ถือเป็นข่าวดีสำหรับจีนที่มองว่าทีพีพีเป็นความพยายามในการจำกัดอำนาจทางเศรษฐกิจของจีน แต่นั่นหมายความว่าญี่ปุ่นต้องกลับมานับหนึ่งในเรื่องนี้ใหม่

นอกจากนี้เรื่องนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่มีต่อจีนก็ยังเป็นปัญหา โดยนายทรัมป์กล่าวระหว่างหาเสียงเลือกตั้งเสนอให้เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนร้อยละ 45 และเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ที่ปรึกษาทางวิชาการอาวุโสคนหนึ่งได้เตือนว่าข้อตกลงการค้าปัจจุบันนั้นจีนเป็นฝ่ายได้เปรียบสหรัฐฯ

ในส่วนของเกาหลีใต้นั้น แม้จะมีสัมพันธ์กับสหรัฐฯ มายาวนาน และนางปัก กึน เฮ ผู้นำที่เพิ่งถูกขับออกจากตำแหน่งก็สนับสนุนนโยบายโดดเดี่ยวเกาหลีเหนือเหมือนสหรัฐฯ แต่ นายมุน แจ-อิน ตัวเก็งว่าที่ประธานาธิบดี ได้เสนอแนวทางใหม่ในการจัดการกับเกาหลีเหนือ และยังแสดงความกังวลที่สหรัฐฯ ส่งระบบต่อต้านขีปนาวุธเข้าไปในเกาหลีใต้ด้วย

ความที่สหรัฐฯ มีผลประโยชน์หลายอย่างในภูมิภาค ดังนั้นนายทิลเลอร์สันจะต้องชั่งน้ำหนักและวางเป้าหมายการเยือนแต่ละประเทศอย่างระมัดระวัง โดยคำนึงถึงความมั่นคงในภูมิภาคเป็นสำคัญ