ปากีสถานเรียกร้องเฟซบุ๊กช่วยต้านเนื้อหาหมิ่นศาสนา

หมิ่นศาสนา, เฟซบุ๊ก, ปากีสถาน, โทษประหาร, สื่อสังคมออนไลน์ Image copyright EPA

ชาวปากีสถานชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลปิดกั้นเว็บสื่อสังคมออนไลน์ที่เผยแพร่เนื้อหาหมิ่นศาสนา ขณะที่รัฐบาลขอให้เฟซบุ๊กช่วยสอบสวนกรณีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ 'เนื้อหาหมิ่นศาสนา' ด้วย

กระทรวงมหาดไทยปากีสถาน ระบุว่า เฟซบุ๊กตอบตกลงที่จะส่งทีมเจ้าหน้าที่ไปยังปากีสถาน เพื่อจัดการกับประเด็นข้อจำกัดของเนื้อหาในสื่อสังคมออนไลน์

การดูหมิ่นศาสนา ถือเป็นเรื่องอ่อนไหวในปากีสถาน และเป็นชนวนของปัญหาที่อาจลุกลามได้ โดยผู้ที่วิจารณ์กฎหมายห้ามดูหมิ่นศาสนาซึ่งมีโทษถึงประหารชีวิตในบางกรณี กล่าวว่า กฎหมายนี้มักถูกใช้ไปในทางที่ผิดเพื่อข่มขู่ชนกลุ่มน้อย

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ นายนาวาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ได้ออกมากล่าวสนับสนุนให้ปราบปรามเนื้อหาหมิ่นศาสนาในสื่อสังคมออนไลน์ โดยเขาโพสต์ทางทวิตเตอร์ทางการของพรรคว่า การดูหมิ่นศาสนาเป็น 'การกระทำผิดที่ไม่สามารถให้อภัยโทษได้'

Image copyright AFP

จากนั้นเมื่อวันพฤหัสบดี (16 มี.ค.) นายเชาดรี นิซาร์ รัฐมนตรีมหาดไทยปากีสถาน ได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่จะแก้ปัญหา โดยกล่าวว่า 'จะดำเนินตามขั้นตอนที่จำเป็น' เพื่อให้แน่ใจว่า ทุกฝ่ายจะรับรู้สิ่งที่ปากีสถานกำลังพยายามสื่อ โดยอธิบายว่าได้ขอให้เจ้าหน้าที่สื่อสารกับสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ และบริษัทผู้บริหารเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์เป็นประจำทุกวัน

รายงานของหนังสือพิมพ์ดอว์น อ้างคำพูดของนายนิซาร์ ว่า 'เฟซบุ๊กและผู้ให้บริการรายอื่นควรแบ่งปันข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่อยู่เบื้องหลังเนื้อหาดูหมิ่นศาสนาให้เราได้รับรู้'

นอกจากนี้ สำนักข่าวเอพี รายงานอ้างแถลงการณ์ของเฟซบุ๊ก ที่ระบุว่าได้พิจารณาคำร้องขอจากรัฐบาลปากีสถานแล้ว และตระหนักดีถึง 'เป้าหมายของการปกป้องข้อมูลส่วนตัวและสิทธิ์ของผู้ใช้'

'เราจะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้ เฉพาะในกรณีที่เป็นไปตามกฎระเบียบการใช้งานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ส่วนคำขอตามสนธิสัญญาความร่วมมือทางอาญา หรือการร้องขอจากรัฐบาลในรูปแบบอื่น ๆ เราได้รวบรวมไว้ในรายงานคำร้องจากรัฐบาล'

อย่างไรก็ตาม เฟซบุ๊กไม่ได้ยืนยันว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ไปยังปากีสถานเพื่อรับมือกับความห่วงกังวลของรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งเท่าที่ผ่านมา รัฐบาลปากีสถานมักจะสั่งปิดกั้นเว็บไซต์อนาจาร และเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาต่อต้านศาสนาอิสลาม ซึ่งเมื่อปี 2010 ศาลปากีสถานก็เคยมีคำวินิจฉัยให้ปิดกั้นการ์ตูนล้อเลียนศาสดามูฮัมหมัดในเฟซบุ๊กมาแล้ว